
ราคาทองคำกำลังซื้อขายอยู่บริเวณ 4,028 ดอลลาร์ ใกล้ระดับ Fibonacci retracement 61.8% ที่วัดจากจุดต่ำสุดบริเวณ 3,965 ดอลลาร์ ไปยังจุดสูงสุดที่ 4,165 ดอลลาร์ เราอาจคาดว่าทองคำจะเคลื่อนไหวแบบแกว่งตัวสะสมกำลัง (consolidate) เหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 4,020 ดอลลาร์ได้ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แนวรับนี้เคยทำหน้าที่เป็นโซนรับที่แข็งแกร่งมาแล้วในวันที่ 8, 14 และ 19 กรกฎาคม จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะสามารถหยุดการปรับตัวลงของทองคำ และเปิดโอกาสให้ราคารีบาวด์หรือกลับไปสู่แนวโน้มขาขึ้นเดิมได้
ทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องหลายวันนับตั้งแต่ทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,165 ดอลลาร์ ซึ่งระดับดังกล่าวทำหน้าที่เป็นแนวต้านแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน ราคาทองคำก็สามารถปิดช่องว่างราคา (gap) จากวันที่ 9 กรกฎาคมได้แล้ว เมื่อราคาทะลุผ่านระดับ 4,121 ดอลลาร์ขึ้นไป
หากแรงกดดันด้านลบยังคงต่อเนื่อง ทองคำมีแนวโน้มจะลงไปทดสอบบริเวณ 4,010 ดอลลาร์ในช่วงชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งเป็นแนวรับรายวันระดับแรก (S_1) หาก XAU หลุดต่ำกว่าบริเวณนี้ มีโอกาสที่จะอ่อนตัวลงไปสู่โซน 3,985 ดอลลาร์ ใกล้กับแนวรับรายวันระดับที่สอง โซนนี้สามารถมองได้ว่าเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งของทองคำเช่นกัน ดังนั้น การดีดกลับทางเทคนิค (technical bounce) แถวบริเวณดังกล่าวจึงเป็นภาพที่เป็นไปได้
แม้ในตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนในการเปิดสถานะซื้อ (long position) แต่เราควรรอให้ราคาทองคำแกว่งตัวสะสมกำลังเหนือระดับ Fibonacci retracement 61.8% บริเวณ 4,035 ดอลลาร์เสียก่อน เหนือโซนนี้สามารถพิจารณาเป็นโอกาสเข้าซื้อได้ โดยมีเป้าหมายบริเวณระดับ 38.2% ซึ่งยังสอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย 21 วัน (21-day SMA) แถวระดับ 4,082 ดอลลาร์
หากราคาทองคำทะลุเหนือ 4,080 ดอลลาร์ และยืนเหนือโซนนี้ได้อย่างมั่นคง มุมมองต่อทองคำจะกลับมาเชิงบวกมากขึ้น และเราสามารถคาดหวังให้ราคาขยับขึ้นไปทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียล 200 วัน (200 EMA) บริเวณ 4,148 ดอลลาร์ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า