การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบราคาแถว 156.19 เกิดขึ้นพร้อมกับที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มขยับขึ้นจากระดับศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเทรดฝั่งซื้อดอลลาร์ที่ถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินดีดตัวขึ้นประมาณ 20 จุด (pips)
จากข้อมูลวันนี้ ดัชนีเงินเฟ้อในกรุงโตเกียวปรับตัวลดลง เนื่องจากมาตรการอุดหนุนค่าสาธารณูปโภคที่ริเริ่มโดยนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ช่วยลดต้นทุนพลังงานของครัวเรือน ซึ่งสร้างความท้าทายให้กับธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) ก่อนการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม การชะลอตัวของเงินเฟ้อที่สะท้อนผ่านดัชนีราคาผู้บริโภคล่าสุดถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก ที่เดิมประเมินว่าจะยังเห็นแรงกดดันด้านราคาในระดับสูงต่อเนื่อง มาตรการของภาครัฐที่มุ่งบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นได้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ โดยส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “ตะกร้าค่าใช้จ่าย” ของครอบครัวชาวญี่ปุ่นทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดลงของค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคมีบทบาทสำคัญต่อแนวโน้มดังกล่าว
พัฒนาการนี้สร้างโจทย์ให้กับ BOJ เนื่องจากโอกาสของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะใกล้ลดลง ซึ่งอาจกดดันเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์มากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ แนวโน้มขาขึ้นของคู่เงิน USD/JPY จึงอาจดำเนินต่อไป และการย่อตัวลงระหว่างทางมีแนวโน้มที่จะถูกมองเป็นโอกาสในการเข้าซื้อที่ระดับราคาที่น่าสนใจโดยเทรดเดอร์
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการใช้กลยุทธ์ตาม Scenario #1 และ Scenario #2 เป็นหลัก

สถานการณ์สำหรับการเปิดคำสั่งซื้อ (Buy Scenarios)
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้มีแผนจะเปิดคำสั่งซื้อ (Buy) คู่เงิน USD/JPY ที่จุดเข้าใกล้บริเวณ 155.87 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 156.11 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) ที่ระดับ 156.11 มีแผนจะปิดสถานะซื้อทั้งหมด และเปิดสถานะขาย (Short) ในทิศทางตรงกันข้าม โดยคาดหวังการย่อตัวกลับลงมาประมาณ 30–35 pips จากระดับดังกล่าว ควรกลับมาเปิดคำสั่งซื้อของคู่เงินนี้อีกครั้งเมื่อราคาเกิดการย่อหรือมีการปรับฐานลงแรงใน USD/JPY สำคัญ! ก่อนเปิดคำสั่งซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มมีการเคลื่อนตัวขึ้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ยังมีแผนจะเปิดคำสั่งซื้อ USD/JPY หากราคาทดสอบระดับ 155.71 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ และมีแนวโน้มทำให้ตลาดกลับตัวขึ้นด้านบน สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังโซนราคาเป้าหมายฝั่งตรงข้ามที่ระดับ 155.87 และ 156.11 ได้
สถานการณ์สำหรับการเปิดคำสั่งขาย (Sell Scenarios)
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้มีแผนจะเปิดคำสั่งขาย (Sell) USD/JPY ก็ต่อเมื่อราคาทะลุระดับ 155.71 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ลงมาได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับตัวลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน โดยเป้าหมายหลักของฝั่งผู้ขายจะอยู่ที่ระดับ 155.46 ซึ่งที่ระดับนี้มีแผนจะปิดสถานะขายทั้งหมด และเปิดสถานะซื้อ (Long) ทันทีในทิศทางตรงกันข้าม โดยคาดหวังการดีดกลับขึ้นประมาณ 20–25 pips จากระดับดังกล่าว โดยหลักการแล้วควรเปิดคำสั่งขายจากระดับราคาที่สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ สำคัญ! ก่อนเปิดคำสั่งขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มมีการเคลื่อนตัวลง
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ยังมีแผนจะเปิดคำสั่งขาย USD/JPY หากราคาทดสอบระดับ 155.87 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ และมีแนวโน้มทำให้ตลาดกลับตัวลงด้านล่าง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังโซนราคาเป้าหมายฝั่งตรงข้ามที่ระดับ 155.71 และ 155.46 ได้

สิ่งที่กราฟแสดงให้เห็น:
- เส้นสีเขียวบาง: ราคาเปิดสถานะสำหรับการซื้อเครื่องมือการเทรด
- เส้นสีเขียวหนา: ราคาประมาณการสำหรับตั้งจุด Take Profit หรือปิดทำกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะเติบโตต่อเนื่องเหนือระดับนี้
- เส้นสีแดงบาง: ราคาเปิดสถานะสำหรับการขายเครื่องมือการเทรด
- เส้นสีแดงหนา: ราคาประมาณการสำหรับตั้งจุด Take Profit หรือปิดทำกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อเนื่องต่ำกว่าระดับนี้
- อินดิเคเตอร์ MACD: เมื่อทำการเข้าเทรด ให้โฟกัสที่โซน overbought และ oversold
สิ่งสำคัญ:
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex จำเป็นต้องตัดสินใจจุดเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนมีการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop orders) ทุกครั้ง เพื่อจำกัดการขาดทุน หากไม่มี stop orders คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่ใช้หลักการบริหารเงินทุน (money management) และเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่
โปรดจำไว้ว่า หากต้องการเทรดให้ประสบความสำเร็จ คุณจะต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนที่แสดงไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสถานการณ์ในตลาดขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday traders)