รีวิวการเทรดและคำแนะนำสำหรับการเทรดยูโร
การทดสอบระดับราคา 1.1631 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวขึ้นมาเหนือเส้นศูนย์ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งจำกัดโอกาสการปรับขึ้นต่อของคู่สกุลนี้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่ได้เข้าซื้อยูโรและพลาดการเคลื่อนไหวขาขึ้นรอบนี้ไป
ยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แตะระดับ 1.1650 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของสัปดาห์นี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดตีความถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐฯ ว่าเป็นสัญญาณของการผ่อนคลายความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันหลักของโลก ซึ่งอาจส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลกได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงตึงเครียด และการยกระดับความขัดแย้งใด ๆ อาจเปลี่ยนมุมมองของตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ในช่วงครึ่งหลังของวันนี้ ตลาดกำลังรอติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดัชนี NFIB Small Business Optimism ตามปกติจะสะท้อนมุมมองความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แนวโน้มที่เป็นลบอาจบ่งชี้ถึงการระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ประกอบการ และอาจสื่อถึงอุปสรรคในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อดอลลาร์
สถิติยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่อ่อนไหวต่อระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายโดยทั่วไปมักสะท้อนถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งขึ้นและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวตาม Scenario หมายเลข 1 และ Scenario หมายเลข 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้สามารถเข้าซื้อยูโรได้เมื่อราคาปรับขึ้นมาถึงระดับ 1.1663 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1707 ที่ระดับ 1.1707 ผมมีแผนจะปิดทำกำไรและเปิดสถานะขายพร้อมกัน โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 จุดจากจุดเปิดสถานะ ยูโรอาจปรับตัวขึ้นต่อได้หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอ
สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันขึ้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมมีแผนจะเข้าซื้อยูโรเช่นกัน หากมีการทดสอบระดับราคา 1.1642 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงต่อของคู่เงินและเอื้อต่อการกลับตัวขึ้น จากนั้นสามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับ 1.1663 และ 1.1707 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขายยูโรหลังจากราคาปรับขึ้นมาถึงระดับ 1.1642 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1607 ซึ่งที่ระดับนี้ผมมีแผนจะปิดสถานะและเปิดสถานะซื้อสวนทาง โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 20–25 จุด แรงกดดันต่อคู่เงินอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ
สำคัญ: ก่อนขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันลง
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขายยูโร หากมีการทดสอบระดับราคา 1.1663 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นต่อของคู่เงินและเอื้อต่อการกลับตัวลง จากนั้นอาจเห็นการปรับตัวลงไปยังระดับ 1.1642 และ 1.1607 ได้

คำอธิบายกราฟ
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะฝั่งซื้อ (จุดที่สามารถซื้อเครื่องมือนี้ได้)
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับราคาที่คาดหมายสำหรับตั้ง Take Profit หรือปิดออเดอร์ด้วยตัวเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อเหนือระดับนี้
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะฝั่งขาย (จุดที่สามารถขายเครื่องมือนี้ได้)
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับราคาที่คาดหมายสำหรับตั้ง Take Profit หรือปิดออเดอร์ด้วยตัวเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อใต้ระดับนี้
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อตัดสินใจเปิดสถานะในตลาด ควรให้ความสำคัญกับโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold)
ข้อสำคัญสำหรับมือใหม่ในตลาด Forex
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ควรตัดสินใจเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง
หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง stop ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีคำสั่ง stop คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งพอร์ตได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีการบริหารเงินที่เหมาะสมและใช้ขนาดสัญญา (Volume) ที่ใหญ่เกินไป
โปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยแผนการเทรดที่ชัดเจน เหมือนตัวอย่างที่กล่าวไว้ด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงเฉพาะสถานการณ์ตลาดในขณะนั้น มักจะกลายเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สาย Day trade หรือเทรดในวันเดียวจบ