ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังมีรายงานว่า International Energy Agency (IEA) เสนอให้มีการระบายคลังน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนซัพพลายที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง

ราคาทองคำทะลุระดับ 5,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เพิ่มขึ้น 1% ในช่วงการซื้อขายก่อนหน้า ข้อเสนอของ IEA ซึ่งมีรายงานผ่านสื่อ ระบุให้ระบายปริมาณน้ำมันดิบมากกว่า 182 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรอง หลังจากที่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2022 ท่ามกลางปัจจัยดังกล่าว ราคาน้ำมันได้สูญเสียแรงบวกที่เคยมี ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 0.1% และอย่างที่เห็น ราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ในขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น และนักลงทุนกำลังประเมินถ้อยแถลงที่ขัดแย้งกันจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ความต้องการถือทองคำก็ค่อย ๆ ฟื้นตัว เมื่อไม่นานมานี้ทำเนียบขาวระบุว่าสหรัฐฯ ไม่ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น รัฐมนตรีพลังงาน Chris Wright ได้โพสต์ว่าเรือลำดังกล่าวได้ผ่านช่องแคบนี้จริง เมื่อวันจันทร์ Trump ระบุว่าสงครามกำลังจะยุติลง แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน
ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้กังวลเรื่องเงินเฟ้อมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้การคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสที่ Federal Reserve และธนาคารกลางอื่น ๆ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลดลง และนั่นเองที่ช่วยหนุนให้ความต้องการถือทองคำกลับมาอีกครั้ง
นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ปริมาณทองคำที่ถือครองผ่านกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ลดลงเล็กน้อย จากข้อมูลสัปดาห์ที่แล้ว ปริมาณการถือครองรวมลดลงเกือบ 30 ตัน ซึ่งนับเป็นการปรับลดรายสัปดาห์ที่มากที่สุดในรอบกว่าสองปี

สำหรับภาพทางเทคนิคของทองคำในตอนนี้ ฝั่งซื้อจำเป็นต้องผ่านแนวต้านใกล้สุดที่ 5,223 ดอลลาร์ให้ได้เสียก่อน จึงจะสามารถไปทดสอบบริเวณ 5,317 ดอลลาร์ ซึ่งเหนือระดับนี้ขึ้นไปจะเป็นโซนที่ค่อนข้างทะลุผ่านได้ยาก เป้าหมายไกลสุดจะอยู่แถวบริเวณ 5,417 ดอลลาร์
ในทางกลับกัน หากราคาทองคำอ่อนตัวลง ฝั่งขายจะพยายามเข้าควบคุมบริเวณ 5,137 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้ลงมาได้ จะถือเป็นแรงกดดันอย่างหนักต่อฝั่งซื้อ และอาจฉุดให้ราคาทองคำลงไปทดสอบระดับต่ำแถว 5,057 ดอลลาร์ พร้อมมีโอกาสจะลงต่อไปถึงบริเวณ 4,975 ดอลลาร์