การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำในการเทรดยูโร
การทดสอบราคาแถว 1.1538 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากเส้นศูนย์ ซึ่งยืนยันจุดเข้าเปิดสถานะขายยูโรที่ถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินร่วงลงไปประมาณ 20 จุด
ข้อมูลเงินเฟ้อของยูโรโซนในเดือนกุมภาพันธ์ออกมาตรงตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์อย่างครบถ้วน ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.9% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.4% การรักษาอัตราเงินเฟ้าให้อยู่ใกล้ระดับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรป ถือเป็นปัจจัยบวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
ในช่วงครึ่งหลังของวัน จะมีการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึง Core PPI ที่ตัดความผันผวนจากหมวดอาหารและพลังงานออกไป ตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์แนวโน้มเงินเฟ้อ เนื่องจากสะท้อนต้นทุนทางธุรกิจ และสามารถเป็นสัญญาณล่วงหน้าของการเปลี่ยนแปลงในระดับราคาผู้บริโภคได้ PPI ในฐานะดัชนีชี้นำหลัก แสดงถึงทิศทางของราคาในระดับขายส่ง การเพิ่มขึ้นของดัชนีนี้อาจบ่งชี้ว่าต้นทุนการผลิตกำลังสูงขึ้น ซึ่งในระยะต่อไปอาจถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคในรูปของราคาสินค้าสำเร็จรูปที่สูงขึ้น และส่งผลให้เงินเฟ้อภายในประเทศเร่งตัวตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้สถิติชุดนี้จะมีความสำคัญ แต่ก็ยังมีน้ำหนักน้อยกว่าการตัดสินใจของ FOMC การตัดสินอัตราดอกเบี้ยของ FOMC ร่วมกับถ้อยแถลงของประธาน Fed เกี่ยวกับแนวโน้มและแผนการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต จะเป็นตัวกำหนดความคาดหวังของผู้เล่นในตลาดและทิศทางการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับสถานการณ์ตามฉากทัศน์ที่ 1 และ 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ซื้อยูโรวันนี้บริเวณ 1.1553 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าหมายที่ 1.1603 ผมมีแผนจะปิดทำกำไรที่ 1.1603 และพิจารณาขายยูโรทำกำไรในทิศทางตรงกันข้าม โดยหวังทำกำไรจากการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 จุดจากจุดเปิดสถานะ อาจคาดหวังการปรับตัวขึ้นของยูโรได้หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอ
สำคัญ: ก่อนซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มไต่ขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะซื้อยูโรในกรณีที่ราคาเทสระดับ 1.1525 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสลงต่อของคู่เงินนี้และนำไปสู่การกลับตัวขึ้น สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับ 1.1553 และ 1.1603 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ขายยูโรหลังจากราคาขึ้นไปแตะระดับ 1.1525 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยตั้งเป้าหมายที่ 1.1478 ซึ่งเป็นจุดที่ผมวางแผนจะปิดสถานะและกลับมาซื้อในทิศทางตรงกันข้ามทันที (หวังทำกำไรจากการเคลื่อนไหวกลับตัวประมาณ 20–25 จุด) แรงขายต่อคู่เงินนี้อาจกลับมาได้ทุกเมื่อ
สำคัญ: ก่อนขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขายยูโรในกรณีที่ราคาเทสระดับ 1.1553 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสปรับขึ้นต่อและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลง สามารถคาดหวังการอ่อนตัวลงไปยังระดับ 1.1525 และ 1.1478 ได้

คำอธิบายสัญลักษณ์บนกราฟ (Chart Legend)
- เส้นสีเขียวบาง: ระดับราคาเปิดสถานะซื้อของเครื่องมือ
- เส้นสีเขียวหนา: ระดับราคา Take Profit หรือระดับออกจากสถานะที่แนะนำ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นต่อเหนือระดับนี้มีไม่มาก
- เส้นสีแดงบาง: ระดับราคาเปิดสถานะขายของเครื่องมือ
- เส้นสีแดงหนา: ระดับราคา Take Profit หรือระดับออกจากสถานะที่แนะนำ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับลงต่อใต้ระดับนี้มีไม่มาก
- อินดิเคเตอร์ MACD: สำคัญในการติดตามโซนที่ราคาซื้อขายเกินมูลค่า (overbought) และต่ำกว่ามูลค่า (oversold) เมื่อจะเปิดสถานะในตลาด
หมายเหตุสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นเทรด Forex
ผู้เริ่มต้นเทรดควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อจะเข้าตลาด โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการเทรดก่อนการประกาศตัวเลขพื้นฐานสำคัญ เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาที่รุนแรงแบบฉับพลัน หากคุณเลือกที่จะเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop order) ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน หากไม่มีคำสั่งหยุดขาดทุน คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรณีที่คุณไม่บริหารจัดการเงิน (money management) ให้เหมาะสมและใช้ขนาดสัญญาเทรดที่ใหญ่เกินไป
จงจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน เหมือนตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบเฉพาะหน้าโดยอิงจากสภาวะตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับสายเทรดระยะสั้น (intraday) ส่วนใหญ่