หน้าหลัก มูลค่า ปฏิทิน ฟอรั่ม
flag

FX.co ★ จะเทรดคู่เงิน GBP/USD ในวันที่ 8 เมษายนได้อย่างไร? เคล็ดลับง่าย ๆ และวิเคราะห์การเทรดสำหรับมือใหม่

parent
การวิเคราะห์ฟอเร็กซ์:::2026-04-08T04:46:30

จะเทรดคู่เงิน GBP/USD ในวันที่ 8 เมษายนได้อย่างไร? เคล็ดลับง่าย ๆ และวิเคราะห์การเทรดสำหรับมือใหม่

วิเคราะห์การเทรดในวันอังคาร:

กราฟ 1 ชั่วโมง ของคู่เงิน GBP/USD

จะเทรดคู่เงิน GBP/USD ในวันที่ 8 เมษายนได้อย่างไร? เคล็ดลับง่าย ๆ และวิเคราะห์การเทรดสำหรับมือใหม่

คู่เงิน GBP/USD เคลื่อนไหวค่อนข้างสงบในวันอังคาร จนกระทั่ง Donald Trump และทางการอิหร่านประกาศข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งในช่วงดังกล่าวการโจมตีทั้งหมดจะยุติลง และช่องแคบฮอร์มุซจะถูกเปิดอีกครั้ง แน่นอนว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับทั่วโลก แต่ไม่ใช่สำหรับดอลลาร์สหรัฐซึ่งช่วงหลังมานี้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาเป็นหลักจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ เราได้กล่าวหลายครั้งแล้วว่าแทบไม่มีปัจจัยอื่นที่สนับสนุนการแข็งค่าของดอลลาร์เลย ทันทีที่ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มเข้าสู่ช่วงลดความตึงเครียด ค่าเงินดอลลาร์ก็เริ่มอ่อนค่าลงทันที หากตลาดย้อนกลับไปให้ความสำคัญกับชุดข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังล่าสุดจากฝั่งสหรัฐ ดอลลาร์อาจอ่อนค่ากลับไปสู่ระดับของเดือนมกราคมได้อย่างรวดเร็ว สำหรับตอนนี้ เส้นแนวโน้มขาลงได้ถูกทะลุขึ้นมาแล้ว ดังนั้นค่าเงินปอนด์มีแนวโน้มจะอยู่ในทิศทางขาขึ้นในระยะใกล้นี้ อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเคลื่อนไหวของคู่เงินยังคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก

กราฟ 5M ของคู่เงิน GBP/USD

จะเทรดคู่เงิน GBP/USD ในวันที่ 8 เมษายนได้อย่างไร? เคล็ดลับง่าย ๆ และวิเคราะห์การเทรดสำหรับมือใหม่

ในกรอบเวลา 5 นาที มีสัญญาณการเทรดเกิดขึ้นจำนวนมากตลอดทั้งวันอังคาร แต่การเคลื่อนไหวที่น่าสนใจที่สุดเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันพุธ หากมีเทรดเดอร์มือใหม่เทรดในช่วงเวลาดังกล่าว ก็อาจทำกำไรได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม ตลอดวันอังคาร สัญญาณการเทรดเกือบทั้งหมดให้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาด เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้จากเพียงสองสัญญาณแรกบริเวณโซน 1.3259-1.3267 และควรมองข้ามสัญญาณที่เหลือ

วิธีการเทรดในวันพุธ:

ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง คู่เงิน GBP/USD เริ่มสร้างแนวโน้มขาขึ้นใหม่ แต่การปรับตัวขึ้นของเงินปอนด์อังกฤษจะขึ้นอยู่กับระดับการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างสำหรับการแข็งค่าของดอลลาร์ในระยะกลาง ดังนั้นในปี 2026 เราคาดว่ากรอบแนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2025 จะกลับมาดำเนินต่อ อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดภาวะดังกล่าว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกจำเป็นต้องลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะในตอนนี้ ความต้องการถือครองดอลลาร์เกิดขึ้นบนพื้นฐานปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก

ในวันพุธ เทรดเดอร์มือใหม่อาจพิจารณาเปิดสถานะขายใหม่ได้ หากราคาเด้งลงจากโซน 1.3403-1.3407 โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่โซน 1.3319-1.3331 หากมีการยืนเหนือโซน 1.3403-1.3407 อย่างชัดเจน จะเปิดโอกาสให้เปิดสถานะซื้อ โดยตั้งเป้าหมายที่โซน 1.3437-1.3446 และ 1.3484-1.3489

บนกรอบเวลา 5 นาที ขณะนี้สามารถเทรดได้ที่ระดับราคา 1.3096-1.3107, 1.3175-1.3180, 1.3259-1.3267, 1.3319-1.3331, 1.3403-1.3407, 1.3437-1.3446, 1.3484-1.3489, 1.3529-1.3543, 1.3643-1.3652, 1.3695, 1.3741-1.3751 วันนี้ไม่มีเหตุการณ์สำคัญตามกำหนดการในสหราชอาณาจักร ขณะที่ในสหรัฐฯ จะมีเพียงรายงานบันทึกการประชุมครั้งล่าสุดของ FOMC เผยแพร่เท่านั้น เราเชื่อว่าตลาดอาจเมินเฉยต่อบันทึกการประชุมดังกล่าว และมีแนวโน้มจะยังคงให้ความสนใจกับประเด็นข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เป็นหลักตลอดทั้งวัน

หลักการสำคัญของระบบการเทรด:

  1. ความแข็งแกร่งของสัญญาณจะถูกประเมินจากระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดสัญญาณนั้น (ทั้งการดีดตัวหรือการทะลุระดับราคา) ยิ่งใช้เวลาสั้น สัญญาณยิ่งมีน้ำหนักมาก
  2. หากมีการเปิดออเดอร์ 2 ครั้งขึ้นไปที่ระดับราคาใดระดับหนึ่งจากสัญญาณหลอก (false signals) สัญญาณถัดไปทั้งหมดที่มาจากระดับเดิมนั้นควรถูกละเลย
  3. ในภาวะราคาแกว่งในกรอบ (range) คู่เงินใด ๆ อาจสร้างสัญญาณหลอกขึ้นมาจำนวนมาก หรืออาจแทบไม่มีสัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคจึงอาจไม่ถูกนำมาใช้ในการพิจารณา
  4. บนกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ควรใช้สัญญาณจาก MACD ในการเทรดต่อเมื่อมีความผันผวนที่ดี และแนวโน้มถูกยืนยันด้วยเส้นแนวโน้มหรือช่องทางแนวโน้ม (trendline หรือ trend channel)
  5. หากมีสองระดับราคาอยู่ใกล้กันเกินไป (ห่างกันประมาณ 5–20 pips) ให้มองว่าเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
  6. เมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้วอย่างน้อย 15 pips ควรเลื่อน Stop Loss ขึ้นมาไว้ที่จุดคุ้มทุน (breakeven)

สิ่งที่ควรสังเกตบนกราฟ:

ระดับราคาแนวรับและแนวต้าน เป็นระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดคำสั่งซื้อหรือขาย สามารถตั้งระดับ Take Profit บริเวณแนวเหล่านี้ได้

เส้นสีแดง คือเส้นช่องราคา (channel) หรือเส้นแนวโน้ม (trendline) ที่แสดงทิศทางของแนวโน้มปัจจุบัน และบ่งบอกทิศทางที่เหมาะสมกว่าสำหรับการเทรดในตอนนี้

อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ส่วนของฮิสโทแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณประกอบการตัดสินใจได้

การกล่าวสุนทรพจน์สำคัญและรายงานเศรษฐกิจที่สำคัญ (ซึ่งถูกระบุไว้ในปฏิทินข่าวเสมอ) สามารถส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศตัวเลขเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรืออาจเลือกออกจากตลาดชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับทิศของราคาอย่างรุนแรงสวนทางกับแนวโน้มก่อนหน้า

เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่า ไม่ใช่ทุกออเดอร์ที่จะทำกำไรได้ การพัฒนากลยุทธ์การเทรดที่ชัดเจน และการบริหารจัดการเงิน (money management) อย่างมีประสิทธิภาพ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว

แชร์บทความนี้:
parent
loader...
all-was_read__icon
คุณได้ดูสิ่งพิมพ์ที่ดีที่สุดทั้งหมดในปัจจุบัน
เรากำลังมองหาสิ่งที่น่าสนใจสำหรับคุณ
all-was_read__star
เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้:
loader...
สิ่งพิมพ์ล่าสุดเพิ่มเติม