การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำในการเทรดยูโร
การทดสอบราคาที่ระดับ 1.1694 เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ตัวบ่งชี้ MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นเหนือเส้นศูนย์ ยืนยันว่าเป็นจุดเข้าซื้อยูโรที่ดี ผลลัพธ์คือคู่เงินดีดตัวขึ้นไปที่ระดับเป้าหมาย 1.1712
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของยูโรไม่สามารถยืนได้แข็งแรง ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งซึ่งเผยแพร่เมื่อวานนี้ สะท้อนถึงการขยายตัวของภาคการผลิตและภาคบริการในสหรัฐฯ ในเดือนเมษายน ได้ช่วยหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะผลลัพธ์ในภาคบริการที่กลับมาสู่ภาวะเติบโต ดัชนี PMI ของภาคนี้ก็ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงอุปสงค์ต่อสินค้าและบริการที่ยังคงมีเสถียรภาพ
วันนี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นวันที่อัดแน่นไปด้วยเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ ช่วงครึ่งแรกของวัน เหตุการณ์สำคัญคือการเผยแพร่รายงานดัชนี IFO Business Climate ฉบับใหม่ ตัวชี้วัดเชิงองค์รวมนี้ ซึ่งครอบคลุมทั้งการประเมินสภาพการณ์ในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ถือเป็นหนึ่งในมาตรวัดที่สำคัญของเศรษฐกิจเยอรมนี สถาบัน IFO ทำการสำรวจบริษัทเยอรมันนับพันแห่งในหลายภาคส่วน ตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงภาคบริการทุกเดือน ข้อมูลที่รวบรวมได้ให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างยิ่งว่า ผู้นำธุรกิจประเมินสภาวะธุรกิจปัจจุบันและความคาดหวังต่ออนาคตอย่างไร เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและวิกฤตพลังงานรอบใหม่ จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงการเปลี่ยนแปลงของดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจโดยรวม รวมถึงองค์ประกอบย่อยทั้งส่วนของสภาพการณ์ปัจจุบันและความคาดหวัง
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักกับสถานการณ์ที่ 1 และ 2 มากกว่า

สถานการณ์การซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ผม/ดิฉันมีแผนจะซื้อยูโรวันนี้เมื่อราคาขึ้นไปแถว ๆ 1.1690 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าการขึ้นไปที่ระดับ 1.1716 ที่ระดับ 1.1716 ผม/ดิฉันมีแผนจะออกจากตลาด และเปิดสถานะขายยูโรในทิศทางตรงข้าม โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวราว 30–35 pips จากจุดเปิดสถานะ การปรับขึ้นของยูโรจะคาดหวังได้ก็ต่อเมื่อมีตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีเท่านั้น สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันตัวขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผม/ดิฉันยังมีแผนจะซื้อยูโรวันนี้ หากราคาทดสอบระดับ 1.1676 สองครั้งติดต่อกัน ในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่คู่เงินจะลงลึกไปกว่านี้ และอาจนำไปสู่การกลับตัวขึ้นของตลาด สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1690 และ 1.1716
สถานการณ์การขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผม/ดิฉันมีแผนจะขายยูโรเมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1676 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 1.1645 ซึ่งที่ระดับดังกล่าว ผม/ดิฉันมีแผนจะออกจากตลาดและเปิดสถานะซื้อกลับทันทีในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหว 20–25 pips ในทิศทางตรงข้ามจากระดับนั้น) แรงกดดันต่อคู่เงินวันนี้อาจกลับมาได้ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเลวร้ายลง สำคัญ! ก่อนเข้าขาย ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันตัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผม/ดิฉันยังมีแผนจะขายยูโรวันนี้ หากราคาทดสอบระดับ 1.1690 สองครั้งติดต่อกัน ในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการขึ้นของคู่เงิน และอาจนำไปสู่การกลับตัวลงของตลาด สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1676 และ 1.1645

สิ่งที่อยู่บนกราฟ:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะซื้อของตราสารที่ใช้เทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับราคาเป้าหมายที่สามารถตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไรได้ เพราะมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้มากนัก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะขายของตราสารที่ใช้เทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับราคาเป้าหมายที่สามารถตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไรได้ เพราะมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้มากนัก;
- อินดิเคเตอร์ MACD โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรให้ความสำคัญกับโซน Overbought และ Oversold เมื่อตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex จำเป็นต้องระมัดระวังอย่างมากเมื่อตัดสินใจเข้าเทรด โดยทั่วไปแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการถือสถานะก่อนมีการประกาศตัวเลขหรือรายงานปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในความผันผวนของราคาที่รุนแรง หากเลือกจะเทรดในช่วงมีข่าว ต้องตั้งคำสั่ง Stop เสมอเพื่อลดการขาดทุน หากไม่ตั้งคำสั่ง Stop คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อไม่มีการใช้ระบบบริหารเงินและใช้ขนาดสัญญาเทรดที่ใหญ่เกินไป
และโปรดจำไว้ว่า เพื่อให้การเทรดประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญคือคุณต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสถานการณ์ในตลาด ณ ขณะนั้น เป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายอินทราเดย์โดยพื้นฐาน