การวิเคราะห์รายงานเศรษฐกิจมหภาค:

แทบไม่มีรายงานด้านมหภาคที่สำคัญมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ รายงานที่น่าสนใจเพียงฉบับเดียวคือรายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ แต่ก็มีความเป็นไปได้ต่ำมากที่จะกระตุ้นปฏิกิริยาจากบรรดานักเทรด แม้แต่ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญที่สุดภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันก็มีแนวโน้มที่จะสร้างปฏิกิริยาตลาดที่ค่อนข้างจำกัด ส่วนรายงานอื่น ๆ แทบไม่ดึงดูดความสนใจของนักเทรดได้เลย ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรหลัก แม้อิทธิพลต่อตลาดจะอ่อนแรงลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเครื่องมือสกุลเงินอยู่
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน:

ไม่มีเหตุการณ์ปัจจัยพื้นฐานที่น่าสนใจเป็นพิเศษในวันศุกร์ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไร เราทราบแผนการของ European Central Bank, Bank of England และ Federal Reserve เป็นอย่างดีอยู่แล้ว สัปดาห์นี้มีข่าวว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป ขณะที่ BoE ก็น่าจะเดินตามรอย ECB และ Fed จะรอถึงไตรมาสที่สี่เพื่อติดตามอัตราเงินเฟ้อแล้วค่อยตัดสินใจ ดังนั้น หากจะมีการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ก็น่าจะมาจากธนาคารกลางในยุโรปเท่านั้น ปัจจัยนี้ควรจะช่วยหนุนค่าเงินยูโรและปอนด์ แต่ตลาดยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก
ฉากหลังด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง แต่ในทางที่น่าเสียดายคือ คำพูดกับข้อเท็จจริงยังไปคนละทางกัน ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงถึงสามครั้ง และการเจรจารอบล่าสุดก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ขณะนี้การเจรจาถูก “กดพัก” เอาไว้ และ Donald Trump มีท่าทีจะดำเนินความขัดแย้งกับอิหร่านต่อไป ดังนั้นจึงแทบไม่มีโอกาสที่จะยกเลิกการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซในทันที หรือหาทางยุติความขัดแย้งได้ในระยะสั้น
ข้อสรุปทั่วไป:
ในวันซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ คู๋เงินทั้งสองอาจเดินหน้าต่อในแนวโน้มปรับฐาน ค่าเงินยูโรวันนี้สามารถเทรดได้ในกรอบ 1.1655–1.1666 ส่วนเงินปอนด์อังกฤษสามารถเทรดได้ในกรอบ 1.3380–1.3386 ขณะนี้มุมมองของเทรดเดอร์ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว การไม่มีข่าวมักจะมีนัยในทางลบมากกว่าทางบวก
กฎหลักของระบบเทรด:
- ความแข็งแกร่งของสัญญาณถูกกำหนดจากระยะเวลาที่ใช้ในการก่อตัวของสัญญาณนั้น (การดีดตัวหรือการเบรกทะลุระดับ) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งมีน้ำหนักมาก
- หากมีการเปิดออเดอร์สองครั้งขึ้นไปใกล้ระดับใดระดับหนึ่งจากสัญญาณหลอก สัญญาณถัดไปทั้งหมดที่มาจากระดับนั้นควรถูกละเลย
- ในภาวะตลาดไซด์เวย์ คู่เงินใด ๆ ก็อาจสร้างสัญญาณหลอกมากมาย หรืออาจไม่มีสัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคจึงอาจถูกละเลยได้
- บนกราฟเวลา 1 ชั่วโมง ควรใช้สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ MACD เพื่อเทรดเฉพาะเมื่อมีความผันผวนที่ดี และมีแนวโน้มที่ได้รับการยืนยันแล้วด้วยเส้นเทรนด์หรือช่องแนวโน้ม
- หากมีสองระดับที่อยู่ใกล้กันมาก (ห่างกันเพียง 5–20 จุด) ให้มองว่าเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
- หลังจากราคาขยับไปในทิศทางที่ถูกต้อง 15 จุดแล้ว ควรขยับ Stop Loss มาที่จุดคุ้มทุน
สิ่งที่ปรากฏบนกราฟ:
ระดับราคา (โซน) แนวรับและแนวต้าน – ระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดสถานะซื้อหรือขาย หรือเป็นแหล่งกำเนิดของสัญญาณ
เส้นสีแดง – ช่องทางราคา (channel) หรือเส้นเทรนด์ที่แสดงแนวโน้มปัจจุบัน และบอกทิศทางที่เหมาะสมในการเทรดในตอนนี้
อินดิเคเตอร์ MACD (14, 22, 3) – แสดงฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน
คำแถลงการณ์สำคัญและรายงานตัวเลขต่าง ๆ (ซึ่งระบุไว้ในปฏิทินข่าว) อาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงิน ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ ควรเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ หรืออาจเลือกออกจากตลาดไปเลย เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวของราคาที่รุนแรงสวนทางกับทิศทางก่อนหน้า
มือใหม่ในตลาด Forex ควรจำไว้ว่าไม่ใช่ทุกออเดอร์จะทำกำไรได้ การพัฒนากลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารเงินทุนที่ดี คือกุญแจสู่ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว