การทบทวนการเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบระดับราคา 160.31 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มขยับตัวลงจากเส้นศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเทรดฝั่งขายดอลลาร์สหรัฐที่ใช้ได้จริง ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวลงมากกว่า 25 จุด จนแตะระดับเป้าหมายที่ 160.04
ในช่วงครึ่งหลังของวันไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจากสหรัฐ จึงทำให้เทรดเดอร์ต้องหันไปจับตาข่าวและกระแสข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลาง ตลอดจนความเป็นไปได้ของการแทรกแซงค่าเงินโดยทางการญี่ปุ่นเป็นหลัก แถลงการณ์ที่คาดเดาไม่ได้จาก Trump ก็อาจเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดความผันผวนรุนแรงในตลาดเงินได้เช่นกัน ซึ่งจะยิ่งกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงเชิงรุกจาก Bank of Japan เหนือโซน 160 เยน ยังมีแนวโน้มจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จำกัดฝั่งผู้ซื้ออยู่ ดังนั้น ช่วงการเทรดที่กำลังจะมาถึงนี้จึงมีแนวโน้มจะเผชิญความผันผวนในระดับสูง และเมื่อไม่มีปฏิทินตัวเลขเศรษฐกิจมาหนุน แม้แต่ข่าวรอง ๆ ก็อาจสร้างผลกระทบต่อทิศทางราคา USD/JPY ได้มากเกินสัดส่วน เทรดเดอร์จึงต้องเพิ่มความระมัดระวัง และเตรียมพร้อมปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อข้อมูลใหม่ที่เข้ามาอยู่ตลอดเวลา
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตาม Scenario ที่ 1 และ Scenario ที่ 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ผม/ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อ (Buy) ในคู่เงิน USD/JPY เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดเข้าซื้อบริเวณ 160.13 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 160.39 (เส้นสีเขียวที่หนากว่าบนกราฟ) บริเวณ 160.39 ผม/ฉันวางแผนจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขาย (Short) ในทิศทางตรงข้าม โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวไว้ที่ประมาณ 30–35 จุด การปรับตัวขึ้นของคู่เงินในวันนี้สามารถคาดหวังได้ หากมีข่าวเชิงลบออกมาเกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และกำลังเริ่มขยับตัวขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ผม/ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อในคู่เงิน USD/JPY หากมีการทดสอบระดับ 159.98 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตขายมากเกินไป (Oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงิน และมีแนวโน้มทำให้เกิดการกลับตัวขึ้น ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปยังระดับเป้าหมายตรงข้ามที่ 160.13 และ 160.39 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ผม/ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขาย (Sell) ในคู่เงิน USD/JPY หลังจากที่ราคาทะลุลงต่ำกว่าระดับ 159.98 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นให้คู่เงินปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายสำคัญของฝั่งผู้ขายจะอยู่ที่ระดับ 159.66 ซึ่งผม/ฉันวางแผนจะปิดสถานะขาย และเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวไว้ที่ประมาณ 20–25 จุด แรงกดดันด้านการขายในคู่เงินมีแนวโน้มจะกลับมา หากธนาคารกลางเข้ามาแทรกแซง
สำคัญ! ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และกำลังเริ่มขยับตัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ผม/ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขายในคู่เงิน USD/JPY หากมีการทดสอบระดับ 160.13 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (Overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับตัวขึ้นของคู่เงิน และมีแนวโน้มทำให้เกิดการกลับตัวลง ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับเป้าหมายตรงข้ามที่ 159.98 และ 159.66 ได้

คำอธิบายกราฟ:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาที่ใช้เป็นจุดเปิดสถานะซื้อของตราสารที่ทำการเทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับประมาณการที่อาจวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นไปเหนือระดับนี้มีไม่มาก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาที่ใช้เป็นจุดเปิดสถานะขายของตราสารที่ทำการเทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับประมาณการที่อาจวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับลงไปต่ำกว่าระดับนี้มีไม่มาก;
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด ควรคำนึงถึงโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold) ด้วยทุกครั้ง
สำคัญ ผู้เริ่มต้นเทรด Forex ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อจะตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนการประกาศตัวเลขพื้นฐานสำคัญ เพื่อไม่ให้ต้องเผชิญกับความผันผวนรุนแรงของราคา หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรใช้คำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีคำสั่ง stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่บริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและใช้ขนาดสัญญา (position size) ที่ใหญ่เกินไป
โปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น ตัวอย่างที่ได้นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเข้าเทรดแบบฉับพลันโดยอิงเพียงสภาวะตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสขาดทุนสูงสำหรับนักเทรดระหว่างวัน (intraday trader)