รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดสำหรับเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบระดับ 160.44 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวขึ้นไปเหนือเส้นศูนย์ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งจำกัดศักยภาพขาขึ้นของคู่เงินนี้
เงินเยนญี่ปุ่นยังคงอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในวันนี้อาจกระตุ้นให้เทรดเดอร์เดินหน้าซื้อคู่เงิน USD/JPY ต่อไป อย่างไรก็ตาม ไม่ควรลืมว่าคู่นี้ได้ทะลุระดับจิตวิทยา 160 เยนของ Bank of Japan ไปแล้ว ดังนั้นการแทรกแซงค่าเงินอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะหากเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การร่วงลงอย่างรุนแรงของคู่เงิน USD/JPY
ในส่วนของเงินเฟ้อ เทรดเดอร์น่าจะให้ความสนใจกับตัวเลข Core CPI มากเป็นพิเศษ เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มเงินเฟ้อให้ชัดเจนขึ้น อินดิเคเตอร์ตัวนี้มักถูกนำมาวิเคราะห์แยก เพราะตัดองค์ประกอบที่ผันผวนมากที่สุดอย่างราคาอาหารและพลังงานออกไป ทำให้เห็นภาพแนวโน้มเงินเฟ้อระยะยาวที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนระยะสั้นน้อยกว่า การเพิ่มขึ้นของ Core CPI ยังถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวกต่อดอลลาร์สหรัฐ และเป็นปัจจัยลบต่อเงินเยนญี่ปุ่น
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะอิงตาม Scenario #1 และ Scenario #2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะซื้อ USD/JPY ในวันนี้ที่จุดเข้าใกล้บริเวณ 160.57 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าการปรับขึ้นไปที่ระดับ 161.09 (เส้นสีเขียวหนาบนกราฟ) ที่ระดับ 161.09 ผมจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามราว 30–35 จุดจากระดับนั้น) การปรับขึ้นต่อของคู่เงินในวันนี้ยังเป็นไปได้ หากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันหัวขึ้นจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะซื้อ USD/JPY หากมีการทดสอบระดับ 160.39 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการลงต่อและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวขึ้น ในกรณีนี้ สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับ 160.57 และ 161.09 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขาย USD/JPY หลังจากราคาทะลุลงต่ำกว่าระดับ 160.39 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งควรจะนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่เงินเป้าหมายหลักด้านลบอยู่ที่ระดับ 159.80 ซึ่งผมจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที (คาดหวังการดีดตัวขึ้นราว 20–25 จุดจากระดับนั้น) แรงกดดันขาลงต่อคู่เงินอาจกลับมาอีกครั้งหากมีการแทรกแซงจากธนาคารกลาง สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะขาย ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ใต้เส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันหัวลงจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขาย USD/JPY หากมีการทดสอบระดับ 160.57 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการขึ้นต่อและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับ 160.39 และ 159.80 ได้

มีอะไรอยู่บนกราฟบ้าง:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะซื้อของเครื่องมือทางการเงิน;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับหรือโซนทำกำไรที่คาดการณ์ไว้ สำหรับการปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมองว่าราคามีโอกาสปรับขึ้นต่อเหนือระดับนี้ได้ยาก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะขายของเครื่องมือทางการเงิน;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับหรือโซนทำกำไรที่คาดการณ์ไว้ สำหรับการปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมองว่าราคามีโอกาสปรับลงต่อใต้ระดับนี้ได้ยาก;
- อินดิเคเตอร์ MACD – การตัดสินใจเทรดควรอ้างอิงจากโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold).
สำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเมื่อเข้าตลาด ก่อนการประกาศข้อมูลปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคารุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดระหว่างที่มีข่าวออก ควรตั้งคำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุน หากไม่มีคำสั่ง stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีการบริหารความเสี่ยงและใช้ขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป
โปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่แสดงไว้ด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสภาพตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว เป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับนักเทรดระหว่างวัน (intraday traders)