การวิเคราะห์ธุรกรรมและคำแนะนำในการเทรดยูโร
การทดสอบราคาแถว 1.1486 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD ขยับขึ้นไปเหนือระดับศูนย์ค่อนข้างมากแล้ว ทำให้ศักยภาพการปรับตัวขึ้นของคู่เงินมีจำกัด ด้วยเหตุนี้เองผมจึงไม่เข้าซื้อยูโร
นโยบายการเงินเชิงเข้มงวดแบบ hawkish ของ Federal Reserve ยังเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์สหรัฐให้แข็งค่าต่อ และกดดันยูโรให้ด้อยค่า เมื่อวานนี้ดอลลาร์ทำการปรับตัวขึ้นเทียบกับยูโรแรงที่สุดในรอบสองวันของช่วงสามเดือนที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าแรงกดดันนี้จะยังดำเนินต่อไปในวันนี้ หากตัวเลขจากเยอรมนีออกมาต่ำกว่าคาด ยูโรก็มีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าลงได้อีก
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจะจับตามองเป็นพิเศษคือดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อสำคัญของเศรษฐกิจ จากประมาณการเบื้องต้นและบทวิเคราะห์ต่าง ๆ บ่งชี้ว่าข้อมูลที่จะประกาศมีแนวโน้มสะท้อนการชะลอตัวของอัตราเร่งการปรับขึ้นของราคาผู้ผลิตในเยอรมนี ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันยูโรและจำกัดโอกาสฟื้นตัวของค่าเงินเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ระดับเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง แม้จะอยู่ในฝั่งผู้ผลิต ก็น่าจะทำให้ European Central Bank ต้องปรับนโยบายอย่างจริงจังมากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การเทรดในระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการรอจังหวะให้เกิดเงื่อนไขตามสถานการณ์ที่ 1 และ 2 เป็นหลัก

สถานการณ์เปิดซื้อ
- สถานการณ์ที่ 1: ผม/ฉันมีแผนจะซื้อยูโรในวันนี้ที่บริเวณราคา 1.1456 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการปรับตัวขึ้นไปที่ 1.1512 ที่ระดับ 1.1512 ผม/ฉันตั้งใจจะปิดสถานะออกจากตลาด และเปิดขายยูโรในทิศทางตรงข้าม โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 pips จากจุดเข้า ความคาดหวังว่าราคายูโรจะปรับตัวขึ้นในวันนี้ สามารถอิงได้จากการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ออกมาดีเท่านั้น สำคัญ! ก่อนเปิดซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นจากบริเวณนั้น
- สถานการณ์ที่ 2: ผม/ฉันยังมีแผนจะซื้อยูโรในวันนี้ หากเกิดการทดสอบระดับ 1.1427 ต่อเนื่องกันสองครั้ง โดยที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงินนี้ และนำไปสู่การกลับตัวขึ้นของตลาด เป้าหมายการปรับตัวขึ้นสามารถมองไปที่ระดับตรงข้ามคือ 1.1456 และ 1.1512
สถานการณ์เปิดขาย
- สถานการณ์ที่ 1: ผม/ฉันมีแผนจะขายยูโรเมื่อราคาขึ้นไปแตะระดับ 1.1427 (เส้นสีแดงบนกราฟ) เป้าหมายจะอยู่ที่ 1.1378 ซึ่งเป็นระดับที่ผม/ฉันตั้งใจจะปิดสถานะออกจากตลาด และทำการเปิดซื้อกลับในทิศทางตรงข้ามทันที โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 20–25 pips ในทิศทางสวนกลับจากระดับดังกล่าว แรงกดดันต่อคู่เงินวันนี้จะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาอ่อนแอมากเท่านั้น สำคัญ! ก่อนเปิดขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากบริเวณนั้น
- สถานการณ์ที่ 2: ผม/ฉันยังมีแผนจะขายยูโรในวันนี้ หากเกิดการทดสอบระดับ 1.1456 ต่อเนื่องกันสองครั้ง โดยที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของคู่เงินนี้ และนำไปสู่การกลับตัวลงของตลาด เป้าหมายการปรับตัวลงสามารถมองไปที่ระดับตรงข้ามคือ 1.1427 และ 1.1378

สิ่งที่แสดงอยู่บนกราฟ:
เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะสำหรับการซื้อสินทรัพย์ที่ทำการเทรด;
เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับราคาที่คาดหมายสำหรับการตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดล็อกกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้;
เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะสำหรับการขายสินทรัพย์ที่ทำการเทรด;
เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับราคาที่คาดหมายสำหรับการตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดล็อกกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงไปได้ต่ำกว่าระดับนี้;
อินดิเคเตอร์ MACD: เมื่อตัดสินใจเปิดสถานะในตลาด ควรให้ความสำคัญกับโซนซื้อมากเกินไป (Overbought) และโซนขายมากเกินไป (Oversold) ด้วยเสมอ
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากเมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนที่รายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญจะถูกประกาศออกมา ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรด เพื่อไม่ให้ติดอยู่ในช่วงที่ราคาผันผวนรุนแรง หากคุณตัดสินใจจะเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง Stop Order ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุน หากไม่ตั้งคำสั่ง Stop Order คุณอาจสูญเสียเงินในพอร์ตทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากไม่ได้ใช้การบริหารความเสี่ยง (Money Management) และใช้ขนาดสัญญา (Volume) ที่ใหญ่เกินไป
และอย่าลืมว่า หากต้องการเทรดให้ประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสภาพตลาด ณ ขณะนั้น เป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับผู้ที่เทรดในกรอบเวลาอินทราเดย์