วิเคราะห์การเทรดประจำวันศุกร์:
กราฟ 1 ชั่วโมงของคู่สกุลเงิน EUR/USD

คู่สกุลเงิน EUR/USD ฟื้นตัวเล็กน้อยระหว่างการซื้อขายในวันศุกร์ แต่การแข็งค่าของสกุลเงินยุโรปยังไม่เปิดโอกาสให้คาดหวังอะไรมากไปกว่านี้ น่าเสียดายที่ยูโรเผชิญกับอุปสรรคอีกครั้งในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าแนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่บนกรอบเวลาใหญ่ แต่ยูโรก็ไม่สามารถสร้างแนวโน้มใหม่บนกรอบเวลา 1 ชั่วโมงได้ ในสัปดาห์ที่แล้ว Federal Reserve ใช้ท่าทีที่ “hawkish” มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนในสัปดาห์ก่อนหน้า ตลาดกลับเพิกเฉยต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ European Central Bank ข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ก็ไม่ได้สร้างแรงกดดันต่อดอลลาร์ ขณะเดียวกัน การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลางอีกครั้ง ความเป็นไปได้ที่การเจรจาจะสะดุด และความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นกลับเป็นปัจจัยที่หนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง กล่าวคือ ตลาดแทบไม่ตอบสนองต่อข่าวบวกของยูโร แต่กลับตอบรับต่อทุกเหตุการณ์ที่เป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ นี่คือเหตุผลที่ก่อนหน้านี้เราได้กล่าวถึงการแข็งค่าของดอลลาร์ที่ดูไร้เหตุผลในสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งที่การปรับขึ้นของดอลลาร์ควรจะจบลงไปแล้ว ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็ไม่มีเหตุการณ์ด้านมหภาคมูลฐานที่สำคัญใด ๆ แนวโน้มขาลงบนกรอบเวลา 1 ชั่วโมงยังคงดำเนินต่อไป
กราฟ 5M ของคู่เงิน EUR/USD

ในกรอบเวลา 5 นาที วันศุกร์ที่ผ่านมาไม่มีสัญญาณเทรดเกิดขึ้น ช่วงกลางคืนราคายืนตัวอยู่ใต้โซน 1.1455-1.1474 แต่พอถึงเวลาเปิดตลาดยุโรป ราคาก็ได้เคลื่อนตัวออกห่างจากจุดที่สัญญาณน่าจะเกิดขึ้นไปมากแล้ว จึงสายเกินไปที่จะเข้าเทรด หลังจากนั้นคู่เงินก็กลับเข้ามาเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1455-1.1474 และแกว่งตัวอยู่ในกรอบนี้ตลอดทั้งวัน
แนวทางการเทรดวันจันทร์:
ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง เทรนด์ขาลงกลับมาเดินหน้าต่อ หลังจากข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ถูกลงนาม ตลาดก็มีเหตุผลในการซื้อดอลลาร์สหรัฐฯ น้อยลง อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวอาจล่มได้ทุกเมื่อ เพราะอิสราเอลและเลบานอนยังคงโจมตีกันต่อเนื่อง และตลาดยังคงเมินปัจจัยเชิงบวกต่อเงินยูโรอยู่
ในวันจันทร์ เทรดเดอร์มือใหม่สามารถเปิดสถานะขายโดยมีเป้าหมายที่ 1.1413 หากราคายืนตัวต่ำกว่าโซน 1.1455-1.1474 ได้อย่างมั่นคง ส่วนสถานะซื้อสามารถเปิดได้โดยมีเป้าหมายที่ 1.1527-1.1531 หากราคายืนตัวเหนือโซน 1.1455-1.1474 ได้อย่างมั่นคง
ในกรอบเวลา 5 นาที ควรให้ความสำคัญกับระดับต่อไปนี้: 1.1292, 1.1354-1.1363, 1.1413, 1.1455-1.1474, 1.1527-1.1531, 1.1584-1.1594, 1.1655-1.1666, 1.1745-1.1754, 1.1830-1.1837 ในวันจันทร์ ประธาน ECB Christine Lagarde จะกล่าวสุนทรพจน์ในสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญเพียงรายการเดียวของวัน เราไม่คิดว่า Lagarde จะประกาศประเด็นสำคัญใด ๆ เพิ่มเติมภายในเวลาเพียงสัปดาห์ครึ่งหลังการประชุม ECB
กฎพื้นฐานของระบบเทรดดิ้ง:
- ความแข็งแกร่งของสัญญาณถูกกำหนดจากระยะเวลาที่ใช้ในการก่อตัว (การดีดกลับหรือการเบรกเอาท์) ยิ่งเกิดขึ้นเร็ว สัญญาณยิ่งมีน้ำหนักมาก
- หากมีการเปิดออเดอร์สองครั้งขึ้นไปที่ระดับราคาเดียวกันจากสัญญาณหลอก สัญญาณถัดไปที่มาจากระดับราคานั้นควรถูกละเว้นทั้งหมด
- ในสภาวะตลาดไซด์เวย์ คู่เงินใด ๆ ก็สามารถสร้างสัญญาณหลอกจำนวนมากหรืออาจไม่เกิดสัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคอาจถูกตลาดมองข้าม
- ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง สัญญาณเทรดจากอินดิเคเตอร์ MACD ควรถูกนำไปใช้ก็ต่อเมื่อมีความผันผวนดีพอ และมีการยืนยันแนวโน้มหรือเทรนด์จากเส้นเทรนด์หรือช่องราคาแล้ว
- หากระดับราคาสองระดับอยู่ใกล้กันเกินไป (ห่างกันราว 5 ถึง 20 pips) ให้พิจารณาเป็น “โซน” แนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
- เมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ 15 pips แล้ว ควรขยับ Stop Loss มาที่จุดคุ้มทุน (breakeven)
สิ่งที่ปรากฏบนกราฟ:
ระดับราคา (โซน) แนวรับและแนวต้านคือเป้าหมายในการเปิดสถานะซื้อหรือขาย รวมถึงเป็นจุดกำเนิดของสัญญาณเทรด
เส้นสีแดงแสดงช่องราคา (channel) หรือเส้นเทรนด์ที่สะท้อนทิศทางแนวโน้มปัจจุบันและบอกทิศทางการเทรดที่ควรให้ความสำคัญ
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ทั้งฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณเพิ่มเติมได้เช่นกัน
สุนทรพจน์สำคัญและรายงานเศรษฐกิจ (ตามที่ระบุไว้ในปฏิทินข่าว) สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงินได้ ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศข่าว ควรเทรดด้วยความระมัดระวังสูงสุด หรือพิจารณาออกจากตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวแรง ๆ ที่สวนทางทิศทางก่อนหน้า
ผู้เริ่มต้นเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ควรจำไว้ว่า ไม่ใช่ทุกการเทรดจะทำกำไรได้ การวางกลยุทธ์อย่างชัดเจนและการบริหารความเสี่ยง (money management) อย่างมีวินัยคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาวในการเทรด