การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำในการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบราคาแถว 161.80 เกิดขึ้นพร้อมกับจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากระดับศูนย์ ซึ่งยืนยันจุดเข้าเปิดสถานะขายดอลลาร์ได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้คู่สกุลเงินปรับตัวลงมาได้ 15 pips
ดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่นหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ดัชนี Core PCE ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนพฤษภาคม สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งนำไปสู่การอ่อนตัวเล็กน้อยของคู่เงิน USD/JPY ในช่วงบ่าย สำหรับฝั่งผู้ซื้อดอลลาร์ รายงานเงินเฟ้อชุดนี้นับว่าน่าผิดหวัง เพราะเดิมหวังว่าจะออกมาแข็งแรงกว่านี้ จนเป็นเหตุผลให้ Federal Reserve ดำเนินมาตรการเชิงรุกที่เร็วขึ้น
แรงกดดันต่อดอลลาร์ถูกจำกัดด้วยข้อมูล GDP สหรัฐฯ ไตรมาสแรก ซึ่งออกมาดีกว่าที่คาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยเติบโต 2.1% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยไม่ให้คู่เงินปรับตัวลงแรงกว่านี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์ได้ในระยะยาว แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับปานกลางก็ตาม ในทางกลับกัน ขณะนี้เงินเยนญี่ปุ่นยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน การเคลื่อนไหวของเยนสอดคล้องไปกับบรรยากาศโดยรวมในตลาดการเงินโลก ความคาดหวังต่อนโยบายของ Bank of Japan และการเข้าแทรกแซงค่าเงิน
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามสถานการณ์ที่ #1 และ #2 มากเป็นพิเศษ

สถานการณ์การซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ผม/ดิฉันมีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้เมื่อจุดเข้าซื้ออยู่บริเวณ 161.69 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับ 161.85 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) บริเวณระดับ 161.85 ผม/ดิฉันตั้งใจจะปิดสถานะซื้อและกลับมาเปิดสถานะขาย โดยคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวสวนทางลงมาประมาณ 30–35 pips จากระดับดังกล่าว จะเหมาะสมที่สุดหากกลับมาเปิดสถานะซื้อคู่นี้ในช่วงจังหวะย่อตัวหรือปรับฐานแรงของ USD/JPY สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์และกำลังเริ่มไต่ขึ้นจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผม/ดิฉันยังมีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้ หากระดับ 161.58 ถูกทดสอบต่อเนื่องกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับลงของคู่เงินนี้และนำไปสู่การกลับตัวขึ้นของตลาด สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับด้านตรงข้ามที่ 161.69 และ 161.85 ได้
สถานการณ์การขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผม/ดิฉันมีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้ ก็ต่อเมื่อระดับ 161.58 ถูกทะลุลงมา (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งจะกระตุ้นให้คู่เงินร่วงลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายสำคัญของฝั่งขายจะอยู่ที่ 161.41 ซึ่งผม/ดิฉันมีแผนจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อทันที (คาดหวังการดีดกลับสวนทางขึ้นไปประมาณ 20–25 pips จากระดับนั้น) ผู้ขายสามารถกลับเข้าตลาดได้ทุกเมื่อ เพียงแค่รอ “สัญญาณ” จากธนาคารกลาง สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์และกำลังเริ่มปรับตัวลงจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผม/ดิฉันยังมีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้ หากระดับ 161.69 ถูกทดสอบต่อเนื่องกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับขึ้นของคู่เงินนี้และนำไปสู่การกลับตัวลงของตลาด สามารถคาดหวังการปรับลงไปยังระดับด้านตรงข้ามที่ 161.58 และ 161.41 ได้

มีอะไรอยู่บนกราฟบ้าง:
เส้นสีเขียวบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะซื้อของตราสารที่ใช้เทรด;
เส้นสีเขียวหนา – ระดับราคาระดับคาดการณ์สำหรับการตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้มากกว่าระดับนี้;
เส้นสีแดงบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะขายของตราสารที่ใช้เทรด;
เส้นสีแดงหนา – ระดับราคาระดับคาดการณ์สำหรับการตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวลงไปได้มากกว่าระดับนี้;
อินดิเคเตอร์ MACD เมื่อเข้าสู่ตลาด สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold).
สิ่งสำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ต้องระมัดระวังอย่างมากเมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในตลาดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนที่รุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดช่วงที่มีข่าว ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop orders) ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุน หากไม่ตั้ง stop orders คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ได้ใช้การบริหารความเสี่ยง (money management) และเทรดด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป
และจงจำไว้ว่า สำหรับการเทรดให้ประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนคล้ายกับตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสภาพตลาดในขณะนั้น เป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสขาดทุนสูงสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday traders).