การวิเคราะห์การเทรดและเคล็ดลับการเทรดสำหรับเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบราคาที่ระดับ 162.42 ตรงกับช่วงเวลาที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มขยับขึ้นจากระดับศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเปิดสถานะซื้อดอลลาร์ที่ถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินขยับขึ้นไปยังระดับเป้าหมายที่ 162.70
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น ท่ามกลางการประกาศข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐในเดือนมิถุนายน การปรับตัวขึ้นที่ดีของดัชนีดังกล่าวเป็นผลมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลง ซึ่งช่วยชดเชยความกังวลเกี่ยวกับภาวะตลาดแรงงาน จากข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ Conference Board ปรับเพิ่มขึ้น 0.6 จุด มาอยู่ที่ระดับ 91.2
วันนี้ Atsushi Mimura รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ระบุว่าการแทรกแซงค่าเงินเมื่อสองเดือนก่อนเพื่อพยุงค่าเงินเยนประสบความสำเร็จ คำกล่าวนี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่อเงินเยนที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยเมื่อไม่นานมานี้เงินเยนได้อ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ การอ่อนค่าของเงินเยนสร้างความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าทรัพยากรพลังงานและสินค้าอาหารส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก ต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้นอาจเร่งภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งจะบั่นทอนกำลังซื้อของประชาชนและบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐโดยรวม
Mimura กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยความพยายามที่จะสร้างความมั่นใจให้สาธารณชนว่า รัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินมาตรการที่จำเป็น เขาเน้นย้ำถึงความถี่ของการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในวอชิงตัน โดยระบุว่าเขาสื่อสารกับคู่เจรจาชาวอเมริกันบ่อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดคิด คำกล่าวซึ่งสื่อถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐและเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ นี้ อาจบ่งชี้ถึงการเตรียมการสำหรับการแทรกแซงค่าเงินครั้งใหม่โดยธนาคารกลางต่ออัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินประจำชาติ
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน วันนี้ผมจะให้ความสำคัญกับการใช้แผนการตามสถานการณ์ที่ 1 และ 2 มากกว่า

สถานการณ์ในการเปิดคำสั่งซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะเปิดคำสั่งซื้อ (Buy) ในคู่เงิน USD/JPY วันนี้ที่บริเวณจุดเข้าแถว ๆ 162.82 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 163.08 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) ที่บริเวณ 163.08 ผมมีแผนจะปิดสถานะ Long ทั้งหมด และเปิดสถานะ Short ในทิศทางตรงกันข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวย้อนกลับจากระดับดังกล่าวราว 30–35 pips) วิธีที่ดีที่สุดคือรอกลับเข้าไปซื้อคู่เงินนี้อีกครั้งเมื่อราคาเกิดการย่อตัวหรือปรับฐานแรงใน USD/JPY สำคัญ! ก่อนเปิดคำสั่งซื้อ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันหัวขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมมีแผนจะเปิดคำสั่งซื้อ (Buy) ในคู่เงิน USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 162.52 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซน oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะลงต่อ และเอื้อต่อการกลับตัวขึ้นของตลาด จากนั้นสามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังแนวต้านฝั่งตรงข้ามที่ระดับ 162.82 และ 163.08 ได้
สถานการณ์ในการเปิดคำสั่งขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะเปิดคำสั่งขาย (Sell) ในคู่เงิน USD/JPY วันนี้ ก็ต่อเมื่อระดับราคา 162.65 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ถูกทะลุลงมา ซึ่งจะทำให้คู่เงินนี้ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 162.40 ซึ่งเป็นจุดที่ผมมีแผนจะปิดสถานะ Short ทั้งหมด และเปิดสถานะ Long ทันทีในทิศทางตรงกันข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวย้อนกลับจากระดับดังกล่าวราว 20–25 pips) ฝั่งขายสามารถกลับเข้ามากดดันตลาดได้ทุกเมื่อ เพียงแค่มีสัญญาณบ่งชี้เล็กน้อยจากธนาคารกลาง สำคัญ! ก่อนเปิดคำสั่งขาย ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันหัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมมีแผนจะเปิดคำสั่งขาย (Sell) ในคู่เงิน USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 162.82 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซน overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะขึ้นต่อ และเอื้อต่อการกลับตัวลงของตลาด จากนั้นสามารถคาดหวังการปรับลงไปยังแนวรับฝั่งตรงข้ามที่ระดับ 162.65 และ 162.40 ได้

กราฟแสดงอะไรบ้าง:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง หมายถึงราคาเปิดสถานะสำหรับการซื้อเครื่องมือการเทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา คือราคาประมาณการที่ควรตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้มากนัก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง คือราคาเปิดสถานะสำหรับการขายเครื่องมือการเทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา คือราคาประมาณการที่ควรตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงไปต่ำกว่าระดับนี้มากนัก;
- อินดิเคเตอร์ MACD โดยควรใช้โซน Overbought และ Oversold เป็นพื้นฐานในการตัดสินใจเข้าเทรด
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex จำเป็นต้องตัดสินใจเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนการประกาศตัวเลขพื้นฐานที่มีความสำคัญ ควรงดเว้นการเข้าเทรดเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาแบบฉับพลัน หากตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้ง Stop Order ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุนให้เหลือน้อยที่สุด หากไม่มีการตั้ง Stop Order คุณอาจสูญเสียเงินในพอร์ตทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีการใช้ Money Management และเทรดด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป
และโปรดจำไว้ว่า การจะเทรดให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่ได้นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเข้าเทรดแบบฉับพลันตามสภาพตลาด ณ ขณะนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สาย Day Trade