การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบราคาแถว 162.28 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวลงต่ำจากเส้นศูนย์ค่อนข้างมาก ซึ่งจำกัดโอกาสการปรับฐานลงของคู่เงินเอาไว้ ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงไม่ขายดอลลาร์ การทดสอบระดับ 162.28 ครั้งที่สองทำให้เกิดการใช้งานเงื่อนไขฝั่งซื้อดอลลาร์ ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวขึ้นมาได้ 20 จุด
ปัจจัยสำคัญที่สุดของวันนี้คาดว่าจะเป็นสุนทรพจน์ของ John Williams จาก FOMC ตลาดจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าเขาจะยืนยันถึงความพร้อมของธนาคารกลางในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ หรือจะพยายามลดทอนความเข้มแข็งของสัญญาณที่สะท้อนจากรายงานการประชุมเมื่อวานนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้กำหนดนโยบายการเงินมีท่าทีระมัดระวังมากขึ้น แต่จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นใหม่ มีโอกาสที่จุดยืนจะกลับไปในทิศทางเข้มงวด (hawkish) มากขึ้น ซึ่งย่อมเป็นผลลบต่อเงินเยนญี่ปุ่นและหนุนค่าเงินดอลลาร์ให้ปรับตัวขึ้นรอบใหม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ประเด็นการแทรกแซงค่าเงินจะยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะการที่คู่เงินพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ความเป็นไปได้ที่ Bank of Japan จะเข้ามาดูแลตลาดเพื่อปกป้องค่าเงินเยนมีสูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็เคยใช้วิธีนี้ในช่วงที่เงินเยนอ่อนค่ารุนแรง ในทางกลับกัน หาก Williams ใช้น้ำเสียงผ่อนคลายลง ก็จะช่วยลดแรงกดดันดังกล่าวและอาจทำให้ความสนใจต่อเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมาอีกครั้ง
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมยังคงให้น้ำหนักกับการใช้แผนการตามสถานการณ์ที่ 1 และ 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
ฉากทัศน์ที่ 1: มีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดเข้าใกล้บริเวณ 162.57 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 162.98 (เส้นสีเขียวหนาบนกราฟ) เมื่อราคาขึ้นมาบริเวณ 162.98 จะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายสวนทาง (คาดหวังการเคลื่อนไหวสวนทางจากระดับดังกล่าวราว 30–35 จุด) วันนี้มีโอกาสที่คู่เงินจะปรับตัวขึ้น แต่ก็เป็นเพียงการประเมินเชิงเปรียบเทียบ สำคัญ! ก่อนเปิดซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นจากเส้นดังกล่าว
ฉากทัศน์ที่ 2: มีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากเกิดการทดสอบราคาแถว 162.36 ต่อเนื่องกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) เงื่อนไขนี้จะจำกัดศักยภาพการปรับลงของคู่เงินและเอื้อต่อการกลับตัวของตลาดขึ้นด้านบน สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับแนวต้านที่ 162.574 และ 162.98 ได้
สัญญาณขาย
ฉากทัศน์ที่ 1: มีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้หลังจากที่ระดับ 162.36 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ถูกทะลุลง ซึ่งจะนำไปสู่การปรับตัวลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายหลักของฝั่งขายอยู่ที่ระดับ 162.04 ซึ่งที่บริเวณนี้จะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที (คาดหวังการเคลื่อนไหวสวนทางจากระดับดังกล่าวราว 20–25 จุด) แรงกดดันต่อคู่เงินมีแนวโน้มกลับมาในวันนี้จากการแทรกแซงของธนาคารกลาง สำคัญ! ก่อนเปิดขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากเส้นดังกล่าว
ฉากทัศน์ที่ 2: มีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากเกิดการทดสอบราคาแถว 162.57 ต่อเนื่องกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) เงื่อนไขนี้จะจำกัดศักยภาพการปรับขึ้นของคู่เงินและเอื้อต่อการกลับตัวของตลาดลงด้านล่าง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับแนวรับที่ 162.36 และ 162.04 ได้

สิ่งที่กราฟแสดงให้เห็น:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง แสดงราคาที่สามารถเปิดสถานะซื้อของตราสารที่ใช้ในการเทรดได้;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา เป็นราคาประมาณการที่สามารถตั้งจุด Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้;
- เส้นสีแดงเส้นบาง คือราคาที่สามารถเปิดสถานะขายของตราสารที่ใช้ในการเทรดได้;
- เส้นสีแดงเส้นหนา เป็นราคาประมาณการที่สามารถตั้งจุด Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับนี้;
- อินดิเคเตอร์ MACD เมื่อจะเข้าเทรดในตลาด ควรให้ความสำคัญกับโซนที่มีการซื้อมากเกินไป (overbought) และโซนที่มีการขายมากเกินไป (oversold)
สำคัญมาก สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex จำเป็นต้องตัดสินใจเกี่ยวกับจุดเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยทั่วไปแล้วควรปิดสถานะและอยู่นอกตลาดก่อนที่รายงานปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญจะถูกเผยแพร่ออกมา เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูก “เหวี่ยงราคา” อย่างรุนแรง หากคุณเลือกที่จะเทรดในช่วงเวลาที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop orders) ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุน หากไม่ตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ใช้การบริหารจัดการเงิน (money management) และเทรดด้วยขนาดล็อตที่ใหญ่
และควรจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเข้าเทรดแบบฉับพลันตามสภาวะตลาด ณ ช่วงเวลานั้น โดยไม่มีแผน ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday)