เมื่อวานนี้ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดย S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.79% ขณะที่ Nasdaq 100 กระโดดขึ้น 2.59% และ Dow Jones Industrial Average แข็งแกร่งขึ้น 1.71%

ดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นทำสถิติใหม่อีกครั้ง หลังนักลงทุนกลับมาเก็งกำไรในธีม AI ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปดีดตัวแรง ดัชนี MSCI All‑Country World เพิ่มขึ้นราว 0.4% และมุ่งหน้าสู่การปิดตลาดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ขณะที่ดัชนี MSCI Asia‑Pacific พุ่งขึ้น 2.2% ตลาดหุ้นออสเตรเลียก็ทำจุดสูงสุดใหม่เช่นกัน การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากดัชนี S&P 500 และ Dow Jones ปิดทำสถิติสูงสุดเมื่อวันอังคาร
ราคาน้ำมันและดอลลาร์อ่อนตัวลงจากแนวโน้มความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 0.8% มาอยู่แถวๆ 78.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลัง Axios รายงานว่าวอชิงตัน เตหะราน และโอมาน ใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีการประกาศในวันพุธ ขณะเดียวกันพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และทองคำปรับตัวขึ้น เมื่อเทรดเดอร์ลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed
หุ้นกลุ่มชิปยังคงเป็นจุดสนใจหลัก โดยภาพรวมของหุ้นรายตัวค่อนข้างผสมผสาน SK Hynix พุ่งขึ้นราว 6.7% ที่ตลาดโซล ส่วน Nvidia ปรับขึ้นราว 2.2% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลัง Elon Musk กล่าวชื่นชมชิป Vera Rubin ของบริษัท อย่างไรก็ดี ความระมัดระวังยังคงมีอยู่ โดยหุ้น SpaceX ร่วงลง 7.5% หลังบริษัทคาดการณ์ค่าใช้จ่ายด้าน AI สูงกว่าที่คาด ขณะที่ Advanced Micro Devices ดิ่งลงราว 9% จากมุมมองยอดขายที่น่าผิดหวัง
ผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีในสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าการลงทุนด้าน capex ใน AI จะยังเร่งตัวต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนจิตวิทยานักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะระดับมูลค่าหุ้น (valuation) ตอนนี้ดูสมเหตุสมผลมากขึ้นหลังจากการปรับฐานรอบล่าสุด หากระยะแรกของการปรับขึ้นในธีม AI ขับเคลื่อนโดยหุ้นชิป ระยะถัดไปอาจเป็นของแพลตฟอร์มที่นำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงมากขึ้น ผลประกอบการที่แข็งแกร่งยังช่วยยืนยันต่อนักลงทุนว่าอุปสงค์ต่อ AI ยังมีอยู่ ขณะที่ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อค่า P/E
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านจะช่วยให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญกลับสู่ภาวะปกติ และลดความเสี่ยงของความตึงเครียดในตะวันออกกลางรอบใหม่ ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อการคำนวณนโยบายของ Fed และต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยสุดท้ายแล้วจะช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นในระยะยาว

ในทางเทคนิคแล้ว กราฟรายวันของดัชนี S&P 500 แสดงให้เห็นว่าภารกิจเร่งด่วนของฝ่ายซื้อคือการผ่านแนวต้านใกล้สุดที่ระดับ 7,774 ให้ได้ การทำเช่นนั้นจะเป็นการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นต่อไปและเปิดทางสู่ระดับ 7,793 การยืนเหนือ 7,810 จะยิ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของฝั่งกระทิง ด้านแนวรับ ฝ่ายซื้อจำเป็นต้องปกป้องระดับ 7,756 การหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวมีแนวโน้มจะกดดันให้ดัชนีย่อลงไปที่ 7,737 และเปิดทางสู่ระดับ 7,718