รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดสำหรับเงินเยนญี่ปุ่น
ด้วยภาวะความผันผวนของตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ไม่มีระดับราคาใดที่ผมระบุไว้ถูกทดสอบในช่วงครึ่งแรกของวัน
ในช่วงการซื้อขายของสหรัฐฯ ตลาดรอดูเพียงตัวเลขรายสัปดาห์ U.S. Initial Jobless Claims ดังนั้นโอกาสที่จะมีเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่จึงค่อนข้างต่ำ ตัวชี้วัดนี้สะท้อนภาพรวมของภาวะตลาดแรงงานในเชิงเวลาจริง และมีผลต่อการคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve ซึ่งส่งผลต่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ ประกาศออกมาพร้อมกัน ผลกระทบของดัชนีนี้จึงคาดว่าจะจำกัดเป็นส่วนใหญ่ มีความเป็นไปได้สูงที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะยังคงแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น โดยได้รับแรงหนุนจากโมเมนตัมขาขึ้นที่มีอยู่ ขณะที่ไม่มีการคาดการณ์ว่าจะมีการแทรกแซงค่าเงินในระยะใกล้นี้ การย่อตัวแรงของราคาในคู่เงินนี้จึงน่าจะดึงดูดแรงซื้อได้มากขึ้น แม้ว่าการปรับฐานลักษณะนี้จะเกิดขึ้นให้เห็นน้อยลงอย่างชัดเจนในช่วงหลัง กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดจึงยังเป็นการมองหาจังหวะซื้อดอลลาร์สหรัฐฯ และเทรดภายในกรอบราคาเดิมที่ตลาดเคลื่อนไหวอยู่
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวันของผม ผมจะอิงจากการเกิดขึ้นของ Scenario ฉบับที่ 1 และ Scenario ฉบับที่ 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY หากราคาขึ้นมาถึงจุดเข้าใกล้บริเวณ 157.92 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวขึ้นไปแถว 158.22 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) บริเวณ 158.22 ฉันวางแผนจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายในทิศทางตรงกันข้าม โดยคาดว่าจะเกิดการกลับตัวลงประมาณ 30–35 จุด คาดว่าคู่เงินยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อในวันนี้ แม้ว่าโอกาสการขึ้นจะค่อนข้างจำกัด
สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันตัวขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY หากราคาทดสอบระดับ 157.76 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับลงของคู่เงินและกระตุ้นให้ตลาดกลับตัวขึ้น ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการขึ้นไปบริเวณ 157.92 และ 158.22 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY หลังจากราคาทะลุลงต่ำกว่า 157.76 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งควรจะนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 157.42 ซึ่งฉันวางแผนจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงกันข้ามทันที โดยคาดว่าจะดีดกลับขึ้นประมาณ 20–25 จุด แรงกดดันต่อคู่เงินมีแนวโน้มจะกลับมาอีกครั้งในวันนี้ก็ต่อเมื่อธนาคารกลางเข้าดำเนินการแทรกแซงเท่านั้น
สำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY หากราคาทดสอบระดับ 157.92 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของคู่เงินและกระตุ้นให้ตลาดกลับตัวลง ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการปรับลงไปบริเวณ 157.76 และ 157.42 ได้

คำอธิบายกราฟ
- เส้นสีเขียวเส้นบาง: ราคาที่ใช้เปิดสถานะ Buy ของตราสารที่ใช้ในการเทรด
- เส้นสีเขียวเส้นหนา: ระดับประมาณการ Take Profit หรือโซนที่สามารถปิดล็อกกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมองว่าราคามีโอกาสขึ้นไปเหนือระดับนี้ต่อได้ยาก
- เส้นสีแดงเส้นบาง: ราคาที่ใช้เปิดสถานะ Sell ของตราสารที่ใช้ในการเทรด
- เส้นสีแดงเส้นหนา: ระดับประมาณการ Take Profit หรือโซนที่สามารถปิดล็อกกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมองว่าราคามีโอกาสปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้ต่อได้ยาก
- อินดิเคเตอร์ MACD: เมื่อต้องการเข้าเทรด ควรใช้โซน Overbought และ Oversold เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจ
สำคัญมาก: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อจะตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด โดยทั่วไปมักแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนมีการประกาศตัวเลขพื้นฐานสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา หากคุณตัดสินใจเทรดช่วงมีข่าว ควรตั้งคำสั่ง Stop-Loss ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มี Stop-Loss คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไปโดยไม่มีการบริหารจัดการเงินที่เหมาะสม
โปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น แผนที่อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเข้าออกออเดอร์แบบฉับพลัน โดยอาศัยเพียงสภาพตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สาย Day Trade หรือเทรดเดอร์รายวัน