การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำในการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบราคาแถว 158.91 เกิดขึ้นพร้อมกับจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เริ่มเคลื่อนตัวลงจากระดับศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเปิดสถานะขายดอลลาร์ได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวลงมากกว่า 60 จุด (pips)
แม้เอกสารบันทึกการประชุม (minutes) เดือนกรกฎาคมของ Federal Reserve จะมีน้ำเสียงแบบเหยี่ยว (hawkish) แต่ดอลลาร์กลับอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงจากการตัดสินใจของ US Treasury ที่จะเพิ่มปริมาณการซื้อคืนพันธบัตร (bond buybacks) เอกสารบันทึกดังกล่าวย้ำถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวของธนาคารกลาง แต่ผลโหวตออกมาที่ 9 ต่อ 3 โดยฝ่ายเสียงข้างน้อยเรียกร้องให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยทันที อย่างไรก็ตาม การที่ Treasury เพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดและกดให้ผลตอบแทนพันธบัตร (yields) ลดลง ซึ่งบั่นทอนความแข็งแกร่งของดอลลาร์แม้ท่าทีของ Fed จะยังตึงตัวก็ตาม
สำหรับเงินเยน การอ่อนค่าของดอลลาร์กลายเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เยนแข็งค่าขึ้น เนื่องจากการลดลงของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ทำให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นแคบลง และกระตุ้นความสนใจในสกุลเงินญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แม้ความแตกต่างในแนวทางระหว่าง Fed ที่มีท่าทีเหยี่ยวกับ Bank of Japan ที่ระมัดระวังยังคงอยู่ แต่ในช่วงเวลานี้ปัจจัยจาก Treasury มีน้ำหนักมากกว่า ทำให้คู่เงิน USD/JPY เริ่มปรับตัวลง
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักกับการใช้แผนตามสถานการณ์ที่ #1 และ #2 เป็นหลัก

สถานการณ์การเข้าซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้มีแผนจะเปิดซื้อ (Buy) คู่เงิน USD/JPY เมื่อราคาย่อลงมาแถว ๆ ระดับ 158.65 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าทำกำไรที่ระดับ 158.99 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) บริเวณใกล้ 158.99 มีแผนจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเคลื่อนตัวลงประมาณ 30–35 pips จากระดับดังกล่าว) จะเหมาะที่สุดหากกลับมาเข้าซื้อคู่นี้อีกครั้งช่วงที่เกิดการย่อตัวหรือการปรับฐานที่มีนัยสำคัญของ USD/JPY สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มโค้งตัวขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ยังมีแผนจะเปิดซื้อ USD/JPY หากราคาทดสอบระดับ 158.44 สองครั้งติดต่อกันในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ และเพิ่มโอกาสให้ตลาดกลับตัวขึ้น สามารถคาดหวังการดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านฝั่งตรงข้ามที่ระดับ 158.65 และ 158.99 ได้
สถานการณ์การขาย
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้มีแผนจะเปิดขาย (Sell) USD/JPY ก็ต่อเมื่อราคาทะลุและทำจุดต่ำใหม่บริเวณระดับ 158.44 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งมักเป็นตัวกระตุ้นให้ราคาเร่งตัวลง เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 158.10 ซึ่งเป็นบริเวณที่มีแผนจะปิดสถานะขายและกลับมาเปิดสถานะซื้อทันทีในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเด้งกลับขึ้นประมาณ 20–25 pips จากระดับดังกล่าว) แรงขายสามารถกลับเข้ามาได้ทุกเมื่อ เพียงมีสัญญาณเล็กน้อยจากธนาคารกลางก็เพียงพอแล้ว สำคัญ! ก่อนเปิดขาย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มโค้งตัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ยังมีแผนจะเปิดขาย USD/JPY หากราคาทดสอบระดับ 158.65 สองครั้งติดต่อกันในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ และเพิ่มโอกาสให้ตลาดกลับตัวลง สามารถคาดหวังการอ่อนตัวลงมาที่แนวรับฝั่งตรงข้ามบริเวณ 158.44 และ 158.10 ได้

กราฟแสดงอะไรบ้าง:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาเข้าในการเปิดสถานะซื้อของตราสารที่เทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ราคาประเมินที่สามารถตั้งจุดทำกำไร (take profit) หรือปิดทำกำไรได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้มากนัก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาเข้าในการเปิดสถานะขายของตราสารที่เทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ราคาประเมินที่สามารถตั้งจุดทำกำไร (take profit) หรือปิดทำกำไรได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวลงไปได้ต่ำกว่าระดับนี้มากนัก;
- อินดิเคเตอร์ MACD – ในการเข้าเทรด ควรให้ความสำคัญกับโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold)
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์จำเป็นต้องตัดสินใจจุดเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop order) ทุกครั้งเพื่อลดผลขาดทุน หากไม่ตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งก้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่บริหารจัดการเงิน (money management) และใช้ขนาดสัญญาเทรดที่ใหญ่เกินไป
และโปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนตามที่อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสภาพตลาดในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว เป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับการเทรดระหว่างวัน (intraday) โดยพื้นฐาน