คู่สกุลเงินยูโรและเยน ( EUR/JPY) ได้มีการปรับระดับไปตามธรรมชาติอยู่ภายในระยะระหว่าง 128.50 และ129.70 ในตอนนี้ยุโรปไม่มีการรายงานข้อมูลที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกออกมาเพื่อที่จะอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยน ทางด้านธนาคารกลางแห่งยุโรปเองก็มีแนวโน้มจะควบคุมเงินเฟ้อ สำหรับสกุลเงินยูโรคาดว่าจะยังมีโมเมนตัมในขาขึ้นของคู่สกุลเงินนี้แต่เพียงในระยะเวลาช่วงนี้เท่านั้นเพราะว่าแรงกดดันด้านล่างก็คาดว่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากมีรายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจเชิงผสมและไม่มีการเปลี่ยนแปลงออกมาจากทางยุโรปในช่วงนี้ ในวันนี้ ทางด้านยุโรปเองในวันนี้จะมีการรายงานการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีของประเทศเยอรมันที่ออกมาใน 1.29|1.8 ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ใน 1.02|2.0 โดยการรายงานนี้ยังไม่ค่อยได้สร้างผลกระทบต่อสกุลเงินยูโรให้มีกำลังมากขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนในวันนี้เนื่องจากมีผลกระทบที่ต่ำในตลาด ในทางตรงกันข้าม วันนี้ประเทศญี่ปุ่นจะยังไม่มีการรายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจใดๆออกมาแต่ในวันพรุ่งนี้จะมีการรายงานยอดการค้าที่คาดว่าอาจจะลดลงไป 0.12T จากมูลค่าเดิมอยู่ใน 0.13T และการตัดสินใจต่ออัตราดอกเบี้ยตามนโยบายจะนำเสนออกมาพร้อมกับการแถลงการณ์ถึงนโยบายทางการเงินและแนวโน้มของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยหลักคาดว่าจะยังคงอยู่ที่เดิมในร้อยละ -0.10 หลังจากที่มีการแถลงการณ์ของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นออกมาเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินและอัตราดอกเบี้ย สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจนั้นพบว่าสกุลเงินเยนคาดว่าจะช่วยสร้างความผันผวนให้เกิดขึ้นและอาจมีการปรับตัวขึ้นมาอย่างไม่คาดคิดในตลาดได้ โดยสกุลเงินเยนคาดว่าจะมีกำลังเหนือกว่าสกุลเงินยูโรและอาจจะมีโมเมนตัมหลังจากที่มีการรายงานข้อมูลอกมาจากประเทศญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้คาดว่าอาจจะส่งผลกระทบจนถึงวันพรุ่งนี้
กลับมาดูที่ตารางทางเทคนิคจะพบว่าราคาในตอนนี้อยู่ระหว่างระยะ128.50-129.70 เนื่องจากราคาในตอนนี้ได้เคลื่อนตัวออกจากแนวโน้มขาขึ้น โดยคู่สกุลเงินนี้คาดว่าจะปรับตัวลงต่ำกว่า 128.50 และขยับตัวไปหาแนวรับที่ 125.80 ในช่วงระยะเวลานี้ หลังจากที่ระดับการเคลื่อนที่ในเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 ค่อนข้างอยู่ห่างออกจากระดับราคาในปัจจุบัน ดังนั้นการปรับตัวไปหาเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ หลังจากที่ราคาได้อยู่ต่ำกว่า 129.70 พร้อมกับตำแหน่งปิดรายวันตามแนว bearish bias ที่คาดว่าจะยังคงเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลานี้
