นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มองเศรษฐกิจโลกในอนาคตว่าจะมืดมนกว่าเดิม
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายิ่งเพิ่มโอกาสให้การคาดการณ์ต่อสิ่งเลวร้ายที่สุดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงแน่นอน แต่ยังมีเพียงการคาดการณ์เชิงบวกอยู่หลายส่วน นักเศรษฐศาสตร์เกือบทั้งหมดรวมถึงคุณ Carmen Reinhart รองประธานธนาคารโลกและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเกิดวิกฤติครั้งใหม่ตามมา
“มันไม่ได้เริ่มต้นจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน แต่เป็นการผลิกไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่โดยมีผลกระทบทางการเงินที่ร้ายแรงมาก” คุณ Reinhart กล่าวหลังจากประเทศในกลถ้ม G20 ตกลงที่จะขยายการระงับการชำระหนี้ออกไปอีก 6 เดือน เพื่อสนับสนุนประเทศที่ยากจนที่สุดในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า
ในความเป็นจริงสถานการณ์ค่อนข้างแปลกออกไป ประเทศจีนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาน่าต้องได้รับเงิน 60% ของการชำระหนี้ทั้งหมดจากประเทศที่ยากจนที่สุดในปี 2020 หลายประเทศที่ต้องการกู้เงินเป็นจำนวนมาก แม้จะมีเงื่อนไขที่ไม่โปร่งใส นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยยังสูงกว่าในธนาคารโลกมาก นั่นคือสาเหตุที่จีนปฏิเสธที่จะเข้าร่วมโครงการบรรเทาหนี้ของประเทศที่ยากจนที่สุด มันจึงทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย แซมเบียซึ่งเป็นหนึ่งในผู้กู้ของจีนอาจประกาศการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนหากนักลงทุน ซึ่งมีภาระผูกพันของประเทศเป็นมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ได้ปฏิเสธคำขอของทางการสำหรับการระงับการชำระหนี้