การวิเคราะห์การเทรดและเคล็ดลับการซื้อขายสำหรับสกุลเงินยูโร
การทดสอบราคาแถว 1.1793 เกิดขึ้นพร้อมกับที่ตัวชี้วัด MACD เคลื่อนตัวลงไปต่ำกว่าระดับศูนย์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจำกัดศักยภาพขาลงของคู่สกุลเงินนี้ สถานการณ์ที่คล้ายกันเกิดขึ้นที่ระดับ 1.1807
จุดยืนของ Washington และอัตราภาษีใหม่ที่ 10% ได้สร้างความไม่แน่นอนในระดับโลกเกี่ยวกับทิศทางนโยบายภาษีศุลกากรของรัฐบาล Trump ในอนาคต ความคลุมเครือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าและมาตรการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นจากประเทศอื่น ๆ ทำให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น ความเสี่ยงที่อัตราภาษีอาจถูกปรับขึ้นเป็น 15% และการขาดกลยุทธ์การค้าระหว่างประเทศที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ สร้างอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศและอาจคุกคามการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งในที่สุดอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอง
สำหรับวันนี้ ช่วงครึ่งแรกของวันจะไม่มีการประกาศตัวเลขสถิติใด ๆ จากยูโรโซน ดังนั้นค่าเงินยูโรจึงอาจมีโอกาสปรับตัวฟื้นเล็กน้อย การขาดข้อมูลเศรษฐกิจใหม่จากยูโรโซนก่อให้เกิดช่องว่างบางอย่างที่เปิดโอกาสให้ปัจจัยอื่น ๆ เข้ามามีบทบาทชั่วคราวได้ ท่ามกลางภาวะไร้ความแน่นอน ซึ่งไม่มีทั้งปัจจัยลบใหม่ให้กังวลหรือปัจจัยบวกใหม่ให้คาดหวัง ค่าเงินมักจะเคลื่อนไหวตามแนวโน้มก่อนหน้า หรือเคลื่อนไปตามบรรยากาศโดยรวมในตลาดการเงินโลก
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักไปที่สถานการณ์ที่ #1 และ #2 มากกว่า

สถานการณ์สำหรับการซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ผมอาจพิจารณาซื้อยูโรเมื่อราคาขึ้นไปถึงบริเวณ 1.1787 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการขึ้นไปที่ระดับ 1.1804 ที่ระดับ 1.1804 ผมวางแผนจะปิดสถานะออกจากตลาด และเปิดขายยูโรกลับทิศทาง โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 pips จากจุดเปิดออเดอร์ การคาดหวังการปรับขึ้นของยูโรในวันนี้ควรอยู่ในกรอบของการพักตัวเล็กน้อยเท่านั้น สำคัญ! ก่อนซื้อ ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มหันขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังวางแผนจะเข้าซื้อยูโรวันนี้ ในกรณีที่เกิดการทดสอบราคาแถว 1.1771 สองครั้งติดต่อกัน ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงิน และเอื้อต่อการกลับตัวขึ้นของตลาด สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังแนวต้านฝั่งตรงข้ามที่ 1.1787 และ 1.1804 ได้
สถานการณ์สำหรับการขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมวางแผนจะขายยูโรเมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1771 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 1.1753 ซึ่งเป็นจุดที่ผมวางแผนจะปิดสถานะออกจากตลาด และกลับมาซื้อสวนทางทันที (ตั้งเป้าการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามราว 20–25 pips จากระดับดังกล่าว) แรงกดดันต่อคู่เงินอาจกลับมาได้ทุกเมื่อในวันนี้ สำคัญ! ก่อนขาย ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังวางแผนจะขายยูโรวันนี้ หากราคามีการทดสอบระดับ 1.1787 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของคู่เงิน และนำไปสู่การกลับตัวลงของตลาด สามารถคาดหวังการปรับตัวลดลงไปยังแนวรับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1771 และ 1.1753 ได้

กราฟแสดงอะไรบ้าง:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง: ราคาเปิดสถานะสำหรับการซื้อเครื่องมือการเทรด
- เส้นสีเขียวเส้นหนา: ราคาประเมินสำหรับตั้งค่า Take Profit หรือการล็อกกำไร เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปเหนือระดับนี้ต่อไปมีน้อย
- เส้นสีแดงเส้นบาง: ราคาเปิดสถานะสำหรับการขายเครื่องมือการเทรด
- เส้นสีแดงเส้นหนา: ราคาประเมินสำหรับตั้งค่า Take Profit หรือการล็อกกำไร เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้ต่อไปมีน้อย
- ตัวชี้วัด MACD: เมื่อต้องการเข้าเทรด ให้โฟกัสที่โซนซื้อมากเกินไป (Overbought) และโซนขายมากเกินไป (Oversold)
สิ่งสำคัญ:
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ต้องตัดสินใจจุดเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนที่รายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญจะถูกประกาศออกมา เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างฉับพลัน หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง Stop เสมอเพื่อจำกัดการขาดทุน หากไม่มีคำสั่ง Stop คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ใช้การบริหารเงินทุน และเปิดออเดอร์ด้วยปริมาณที่ใหญ่เกินไป
โปรดจำไว้ว่าการจะเทรดให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี คุณต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างด้านบนนี้ การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากสถานการณ์ของตลาดในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับสายเทรดระหว่างวัน (Intraday)