การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับเงินปอนด์อังกฤษ
การทดสอบราคาที่ระดับ 1.3499 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวลงมาต่ำกว่าระดับศูนย์ค่อนข้างมาก ซึ่งในมุมมองของผมถือเป็นปัจจัยที่จำกัดศักยภาพการปรับตัวลงต่อของคู่เงินนี้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่เปิดสถานะขายเงินปอนด์
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 10% กับทุกประเทศ มาตรการดังกล่าวเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ต่อคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐที่มีมติให้ยกเลิกภาษีเดิม ส่งผลให้ความไม่แน่นอนในตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกดดันให้เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ต่อจากนี้ ตลาดจะรอติดตามข้อมูลยอดค้าปลีกจาก Confederation of British Industry ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคและสะท้อนภาวะโดยรวมของเศรษฐกิจอังกฤษโดยตรง หากตัวเลขออกมาดี จะช่วยหนุนให้เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น และเปิดโอกาสให้คู่เงิน GBP/USD ฟื้นตัวบางส่วนจากการร่วงลงเมื่อวานนี้ จากนั้นความสนใจจะหันไปที่ Bank of England ซึ่งจะมีการไต่สวนในรัฐสภาเกี่ยวกับรายงานล่าสุดด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลาง สัญญาณใด ๆ ที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าของเงินปอนด์
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักกับการดำเนินการตามสถานการณ์ที่ #1 และ #2 มากกว่า

สถานการณ์ฝั่งซื้อ (Buy Scenarios)
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ผม/ฉันวางแผนจะซื้อคู่เงินปอนด์ที่จุดเข้าใกล้บริเวณ 1.3497 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวขึ้นไปที่ระดับ 1.3524 (เส้นสีเขียวหนาบนกราฟ) ที่บริเวณ 1.3524 ผม/ฉันตั้งใจจะปิดสถานะซื้อ และเปิดสถานะขายสวนทาง (คาดหวังการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามจากระดับดังกล่าวประมาณ 30–35 pips) การปรับตัวขึ้นของปอนด์จะคาดหวังได้ก็ต่อเมื่อธนาคารกลางมีท่าทีที่ชัดเจน สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวขึ้นจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ผม/ฉันยังวางแผนจะซื้อปอนด์หากราคาเกิดการทดสอบระดับ 1.3481 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงิน และนำไปสู่การกลับตัวของตลาดขึ้นด้านบน สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.3497 และ 1.3524 ได้
สถานการณ์ฝั่งขาย (Sell Scenarios)
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ผม/ฉันวางแผนจะขายปอนด์หลังจากระดับ 1.3481 ถูกทะลุ (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้คู่เงินปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 1.3462 ซึ่งผม/ฉันตั้งใจจะปิดสถานะขายและกลับมาเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที (คาดหวังการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามจากระดับดังกล่าวประมาณ 20–25 pips) ฝั่งผู้ขายปอนด์จะเริ่มปรากฏตัวหากคณะกรรมการมีท่าทีผ่อนคลาย สำคัญ! ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลงจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ผม/ฉันยังวางแผนจะขายปอนด์ หากราคาทดสอบระดับ 1.3497 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับตัวขึ้นของคู่เงิน และนำไปสู่การกลับตัวของตลาดลงด้านล่าง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.3481 และ 1.3462 ได้

กราฟแสดงอะไรบ้าง:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง: ราคาเปิดสถานะสำหรับการซื้อเครื่องมือเทรด
- เส้นสีเขียวเส้นหนา: ราคาประมาณการสำหรับตั้งค่า Take Profit หรือการล็อกกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะเติบโตต่อเหนือระดับนี้
- เส้นสีแดงเส้นบาง: ราคาเปิดสถานะสำหรับการขายเครื่องมือเทรด
- เส้นสีแดงเส้นหนา: ราคาประมาณการสำหรับตั้งค่า Take Profit หรือการล็อกกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องต่ำกว่าระดับนี้
- อินดิเคเตอร์ MACD: เมื่อเข้าตลาดให้โฟกัสที่โซน Overbought และ Oversold
สิ่งสำคัญ:
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ต้องตัดสินใจเปิดสถานะอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนมีการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาอย่างฉับพลัน หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรตั้งคำสั่ง Stop Order ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุน หากไม่มี Stop Order คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ใช้ Money Management และเทรดด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่
โปรดจำไว้ว่า หากต้องการเทรดให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างที่แสดงไว้ด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันจากสภาวะตลาดในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว เป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสขาดทุนสูงสำหรับการเทรดระหว่างวัน (Intraday)