เนื่องจากความผันผวนของตลาดอยู่ในระดับต่ำ ราคาจึงยังไม่สามารถไปถึงระดับที่ผมระบุไว้ได้ในช่วงครึ่งแรกของวัน
ต่อจากนี้ ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูล GDP ไตรมาส 1 ของสหรัฐฯ และดัชนี Core Personal Consumption Expenditures (PCE) Price Index นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวสุนทรพจน์ตามกำหนดการของตัวแทนจาก Federal Reserve คือ John Williams และ Alberto Musalem วาระด้านเศรษฐกิจมหภาคที่แน่นหนานี้จะกลายเป็นบททดสอบสำคัญต่อบรรยากาศความเชื่อมั่นของตลาดอย่างไม่ต้องสงสัย ตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ที่มีการปรับทบทวนจะเป็นการประเมินขั้นสุดท้ายถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงในช่วงต้นปี ความประหลาดใจด้านลบหรือการปรับลดลงเข้าใกล้ภาวะหยุดชะงักจะยิ่งตอกย้ำความกังวลเรื่องความเสี่ยงภาวะถดถอย และบีบให้ผู้เล่นในตลาดต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์ของตน
อย่างไรก็ตาม จุดโฟกัสที่แท้จริงของตลาดการเงินยังคงเป็นดัชนี Core PCE ในฐานะมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Federal Reserve ให้ความสำคัญมากที่สุด ดัชนีนี้อาจช่วยเสริมความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะอันใกล้ หรืออาจทำลายความคาดหวังนั้นลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อพิจารณาจากพัฒนาการล่าสุด ผมคงไม่ตั้งความหวังมากนักว่าจะเห็นการชะลอตัวของดัชนีนี้ ตัวเลขที่ออกมาแข็งแกร่งจะช่วยฟื้นความต้องการถือครองดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะอิงการดำเนินการตามสถานการณ์ที่ 1 และสถานการณ์ที่ 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อคู่เงินปอนด์เมื่อราคาปรับขึ้นไปถึงจุดเข้าใกล้บริเวณ 1.3402 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการปรับขึ้นไปยังระดับ 1.3452 (เส้นสีเขียวหนากว่าบนกราฟ) บริเวณใกล้ระดับ 1.3452 ฉันวางแผนจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายสวนทางทันที โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวจากระดับดังกล่าวราว 30–35 จุด การปรับขึ้นของปอนด์ในวันนี้จะคาดหวังได้ก็ต่อเมื่อมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอ สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้มั่นใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มดีดตัวขึ้นจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันยังวางแผนจะซื้อปอนด์หากเกิดการทดสอบระดับ 1.3384 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับลงของคู่เงินและนำไปสู่การกลับตัวขึ้นของตลาด จากนั้นจึงคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับสวนทางที่ 1.3402 และ 1.3452 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขายปอนด์หลังจากเกิดการทะลุลงต่ำกว่าระดับ 1.3384 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งจะนำไปสู่การปรับตัวลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายหลักของฝ่ายขายจะอยู่ที่ระดับ 1.3342 โดยฉันวางแผนจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที คาดหวังการเคลื่อนไหวจากระดับดังกล่าวราว 20–25 จุด แรงกดดันต่อปอนด์จะกลับมาอีกครั้งในวันนี้หากมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะขาย ให้มั่นใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับลงจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันวางแผนจะขายปอนด์เช่นกัน หากเกิดการทดสอบระดับ 1.3402 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับขึ้นของคู่เงินและนำไปสู่การกลับตัวลงของตลาด จากนั้นจึงคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับสวนทางที่ 1.3384 และ 1.3342 ได้

สิ่งที่แสดงอยู่บนกราฟ:
- เส้นสีเขียวบาง – ราคาเปิดสถานะที่สามารถซื้อเครื่องมือการเทรดได้;
- เส้นสีเขียวหนา – ระดับประมาณการที่สามารถวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้;
- เส้นสีแดงบาง – ราคาเปิดสถานะที่สามารถขายเครื่องมือการเทรดได้;
- เส้นสีแดงหนา – ระดับประมาณการที่สามารถวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวลงไปได้ต่ำกว่าระดับนี้;
- อินดิเคเตอร์ MACD เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไปและขายมากเกินไป
สำคัญสำหรับเทรดเดอร์ Forex มือใหม่ ควรตัดสินใจเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนการประกาศรายงานพื้นฐานที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าอยู่ในตลาดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรวางคำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดขนาดของการขาดทุน หากไม่มีคำสั่ง stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ได้บริหารจัดการเงินอย่างเหมาะสมและใช้ปริมาณการเทรดที่ใหญ่เกินไป
และจงจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดอย่างฉับพลันโดยอิงเพียงสภาวะตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับผู้เทรดระยะสั้นในวันเดียว (intraday)