การวิเคราะห์รายงานเศรษฐกิจมหภาค:

มีรายงานด้านมหภาคหลายฉบับที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน หากเราตัดข้อมูลรองต่าง ๆ ที่ตลาดมีแนวโน้มจะเมินไปออก เหลือรายงานสำคัญคือรายงาน ADP และ ISM จากสหรัฐฯ รายงานแรกเกี่ยวข้องกับตลาดแรงงาน แสดงจำนวนตำแหน่งงานในภาคเอกชน ส่วนอีกรายงานคือดัชนีกิจกรรมภาคบริการ แม้รายงานเหล่านี้จะมีความสำคัญ แต่เราก็ไม่มั่นใจว่าตลาดจะให้ความสนใจด้วยซ้ำ เทรดเดอร์ยังคงรอความชัดเจนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่จะบ่งชี้ทิศทางในระยะใกล้ของสถานการณ์ตะวันออกกลาง
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน:

ท่ามกลางเหตุการณ์สำคัญในวันพุธ จะมีสุนทรพจน์ที่น่าจับตาจาก Michael Barr และ Lori Logan แห่ง Federal Reserve รวมถึง Piero Cipollone และ Frank Elderson จาก European Central Bank ทั้งนี้ควรจำไว้ว่ามีเพียง ECB เท่านั้นที่สามารถปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปได้ ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องดังกล่าว เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งกำลังชะลอตัวอยู่แล้วจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ดังนั้น แม้ถ้อยแถลงของตัวแทน ECB จะน่าสนใจ แต่แทบไม่มีผลต่อค่าเงินยูโรมากนัก เพราะตลาดยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก
บรรยากาศด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงน่ากังวล เนื่องจาก Iran และ US กลับเข้าใกล้ภาวะเสี่ยงกลับสู่ความขัดแย้งและการเจรจาที่ล้มเหลวอีกครั้ง การเจรจาระหว่าง Washington และ Tehran ยังคงดำเนินอยู่ และตามคำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้นถือว่า “ประสบความสำเร็จอย่างมาก” อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันถึงความสำเร็จทางการทูตจากฝั่ง Iran ทั้งสองฝ่ายละเมิดเงื่อนไขการหยุดยิงอยู่เป็นระยะ และในสัปดาห์นี้ Tehran ถึงขั้นประกาศความตั้งใจที่จะยุติการติดต่อทางการทูตทั้งหมดกับ Washington
ข้อสรุปทั่วไป:
ในวันซื้อขายที่สามของสัปดาห์ คู่สกุลเงินทั้งสองอาจเคลื่อนไหวไม่มากนัก หากไม่มีข่าวสารใหม่ ๆ เกี่ยวกับความขัดแย้งและการหยุดยิงในตะวันออกกลาง ยูโรสามารถซื้อขายได้ในวันนี้ในกรอบ 1.1655–1.1666 ขณะที่ปอนด์อังกฤษสามารถซื้อขายได้ในกรอบ 1.3456–1.3476 ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดเงิน
กฎพื้นฐานของระบบเทรด:
- ความแข็งแกร่งของสัญญาณจะประเมินจากระยะเวลาที่ใช้ในการก่อตัว (เด้งกลับหรือทะลุระดับ) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งแข็งแรง
- หากมีการเปิดออเดอร์ที่ระดับใดระดับหนึ่งจากสัญญาณหลอกตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สัญญาณถัดไปทั้งหมดจากระดับนั้นควรละเลย
- ในภาวะตลาด Sideway คู่เงินใด ๆ อาจสร้างสัญญาณหลอกจำนวนมากหรือไม่มีเลย ระดับทางเทคนิคอาจไม่สามารถใช้งานได้
- บนกรอบเวลา 1 ชั่วโมง สัญญาณเทรดจากอินดิเคเตอร์ MACD ควรนำไปใช้เฉพาะเมื่อความผันผวนดี และมีการยืนยันแนวโน้มจากเส้นเทรนด์หรือช่องแนวโน้ม
- หากมีสองระดับราคาอยู่ใกล้กันมาก (ประมาณ 5–20 pips) ให้ถือว่าเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
- เมื่อราคาเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้อง 15 pips แล้ว ให้เลื่อนจุด Stop Loss ขึ้นมาไว้ที่จุดคุ้มทุน
สิ่งที่ปรากฏบนกราฟ:
ระดับราคา (หรือโซนราคา) ของแนวรับและแนวต้านคือเป้าหมายเมื่อเปิดสถานะ Long หรือ Short และยังเป็นจุดกำเนิดของสัญญาณเทรด
เส้นสีแดงแสดงถึงช่องราคา (Channel) หรือเส้นแนวโน้ม (Trend Line) ซึ่งสะท้อนแนวโน้มปัจจุบันและชี้ให้เห็นทิศทางการเทรดที่ควรให้ความสำคัญ
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งที่มาของสัญญาณได้เช่นกัน
การกล่าวสุนทรพจน์และรายงานสำคัญ (ที่ระบุในปฏิทินข่าว) สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงิน ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังสูงสุด หรือพิจารณาออกจากตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวอย่างรวดเร็วสวนทางกับทิศทางก่อนหน้า
ผู้เริ่มต้นเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่าไม่ใช่ทุกออเดอร์จะทำกำไรได้ การมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการฝึกฝนการบริหารเงินทุน (Money Management) คือกุญแจสู่ความสำเร็จในการเทรดในระยะยาว