
การต่อสู้ที่ดุเดือดกำลังดำเนินอยู่ในตลาดหุ้นโลกเพื่อชิงตำแหน่ง “บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก” ภายในเดือนธันวาคม 2026 โดย Alphabet (Google) กำลังเป็นภัยคุกคามหลักต่อความเป็นผู้นำของ Nvidia (NVDA) ราคาหุ้น Alphabet พุ่งขึ้นถึง 43% ตั้งแต่เดือนตุลาคม ขณะที่หุ้น Nvidia ปรับขึ้นเพียง 6.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน การปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงนี้ทำให้ Alphabet เข้าใกล้การแซงหน้า Nvidia ในด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นผ่านความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มลดลงในตลาดการคาดการณ์ (prediction markets)
อย่างไรก็ตาม ฐานะปัจจัยพื้นฐานของ Nvidia และภาคส่วนปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยรวมยังคงแข็งแกร่ง ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2026 ราคาหุ้น Nvidia เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% มาที่ระดับ 205.57 ดอลลาร์ การปรับขึ้นนี้ได้แรงหนุนจากรายงานของ Goldman Sachs ซึ่งหัวหน้านักกลยุทธ์ Ben Snider เรียกร้องให้นักลงทุนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวลือเรื่อง “ฟองสบู่ AI แตก” ตามข้อมูลของ Goldman Sachs กำไรไตรมาส 2 ของดัชนี S&P 500 เติบโต 26% โดยบริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เป็นผู้ขับเคลื่อนประมาณหนึ่งในสามของการเติบโตดังกล่าว ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2026 ต่อเนื่องไปถึงปี 2027 คาดว่าสัดส่วนของบริษัทกลุ่มนี้ในภาพรวมการเติบโตของกำไรจะทะลุ 50%
ความเชื่อมั่นของตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี:
- รายได้จากธุรกิจคลาวด์ของ Microsoft Azure ในรูปแบบ annualized ทะลุ 100 พันล้านดอลลาร์ (+43% ในไตรมาส 4)
- มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ Amazon ทะลุ 3 ล้านล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากยอดขายด้าน AI และชิปในรูปแบบ annualized ที่ 25 พันล้านดอลลาร์
- Alphabet ปรับเพิ่มประมาณการรายจ่ายลงทุน (capex) ปี 2026 เป็น 195–205 พันล้านดอลลาร์
โดยรวมแล้ว 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีมีการจัดสรรเม็ดเงินสำหรับ capex รวม 182 พันล้านดอลลาร์ และระดมทุนได้ 101 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สอง ซึ่งเท่ากับเป็นการการันตีความต้องการจำนวนมหาศาลต่อพลังประมวลผลและชิปของ Nvidia
ปัจจัยลบหลัก
แม้ภาคส่วนนี้จะมีตัวเลขทางการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้นและสถานะความเป็นผู้นำของ Nvidia ยังคงเผชิญแรงกดดันสำคัญ:
- การไต่ระดับอย่างรวดเร็วของ Alphabet: การปรับขึ้นของ Alphabet (+43%) ดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนออกไป ทำให้สถานะของ Nvidia ในฐานะบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดตามราคาตลาดถูกคุกคามโดยตรง
- คำถามเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI: ตลาดต้องการเห็นหลักฐานจากผู้ให้บริการ hyperscaler ว่าการใช้เงินลงทุนระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์จะสร้างผลตอบแทน (ROI) อย่างรวดเร็ว ความระแวงของนักลงทุนได้นำไปสู่แรงขายรุนแรง เช่น หุ้น Oracle ร่วงลง 30% ตั้งแต่ต้นปีจากการใช้จ่ายขนาดใหญ่และการพึ่งพา OpenAI ขณะที่การเพิ่ม capex ของ Meta ทำให้หุ้นร่วงลงทันที 9% ในช่วงแรก
- ความผันผวนสูงและการหมุนเวียนเงินทุน: ความสั่นคลอนในกลุ่มหุ้นเทคและการขายทำกำไรจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์ทำให้ราคาหุ้น Nvidia แกว่งตัวแรงในระยะสั้น
- โอกาสที่ลดลงในตลาดการคาดการณ์: ความน่าจะเป็นที่ Nvidia จะรักษาสถานะบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดไว้ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน ลดลงมาอยู่ที่ 76% สะท้อนถึงความสงสัยของนักวิเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นต่อความสามารถในการครองความเป็นผู้นำแบบไร้คู่แข่งไปจนสิ้นปี
ประมาณการ
จากข้อมูลที่นำเสนอ ข้อประมาณการต่อสถานะและทิศทางราคาหุ้นของ Nvidia มีดังนี้:
สถานะ “บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก” ภายในเดือนธันวาคม 2026
โอกาสที่ Nvidia จะรักษาตำแหน่งมูลค่าหลักทรัพย์สูงสุดไว้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026 กำลังลดลง แม้บริษัทยังคงเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากกระแส AI แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Alphabet (+43%) และผลงานที่แข็งแกร่งของ Microsoft กำลังก่อให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง เราคาดว่า Nvidia มีโอกาสสูงที่จะต้องยอมส่งมอบตำแหน่งผู้นำด้านมูลค่าหลักทรัพย์ให้กับ Alphabet ภายในสิ้นปี 2026 หรืออย่างน้อยก็เข้าสู่ภาวะที่มีมูลค่าตลาดใกล้เคียงกันอย่างสูสี
ทิศทางราคาหุ้น Nvidia (เติบโตเทียบกับปรับฐาน)
สำหรับราคาหุ้น Nvidia ที่ระดับ 205.57 ดอลลาร์ เรามองว่ามีแนวโน้มเติบโตในระดับปานกลางมากกว่าการปรับตัวลง ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังคงได้รับการรองรับจากเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลของ Big Tech (182 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสดังกล่าว) และการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในภาคส่วน AI ทั้งระบบ ความกังวลเรื่อง “ฟองสบู่” ยังไม่ได้รับการยืนยันจากรายงานพื้นฐาน อย่างไรก็ดี ไม่ควรคาดหวังการทะยานขึ้นแบบรุนแรง โดยมีแนวโน้มว่าหุ้นจะปรับขึ้นในจังหวะที่ค่อนข้างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางความผันผวนและการปรับฐานเป็นระยะ จากการที่ตลาดจับตาประสิทธิภาพผลตอบแทนจากการลงทุนของบรรดา hyperscaler อย่างใกล้ชิด